ใบตรวจประวัติอาชญากรรมสำหรับการตรวจผลงานแปลและรับรองเอกสาร
คำตอบสั้น
งานแปลและรับรองที่ผู้รับยอมรับต้องมีชื่อตรงหนังสือเดินทาง ตราและลายมือชื่อครบ และผ่านการรับรองตามลำดับที่ผู้รับกำหนด เรื่อง Apostille ให้ตรวจสถานะของไทยกับตาราง HCCH และคำสั่งผู้รับในวันที่ส่งจริง
| เอกสารที่มักใช้ | อาจต้องใช้ทั้งผลตรวจในประเทศและหนังสือรับรองความประพฤติ ขึ้นกับผู้รับ |
|---|---|
| ผู้ยืนยันรายการสุดท้าย | หน่วยงานหรือผู้รับเอกสารปลายทาง |
| ตรวจอายุเอกสาร | นับตามเงื่อนไขของผู้รับ ไม่ใช่ตามที่บทความระบุ |
| ส่งให้ทีมงานตรวจ | LINE @NYC168 |

ใครควรอ่านหน้านี้
ผู้ที่ได้รับเอกสารแปลและรับรองแล้ว และต้องการตรวจก่อนส่ง
เปรียบเทียบสถานการณ์ที่พบบ่อย
| สถานการณ์ | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| ชื่อและวันเกิด | ตรงหนังสือเดินทาง |
| ตราและลายมือชื่อ | ครบทุกขั้นที่รับรอง |
| ลำดับรับรอง | ตรงคำสั่งผู้รับ |
| Apostille | ตรวจกับ HCCH และผู้รับ |
ลำดับงานที่แนะนำ
- เทียบชื่อกับหนังสือเดินทาง
- ตรวจตราประทับ
- ตรวจลำดับ
- สแกนเก็บไว้
- ส่งแบบติดตามได้
ข้อควรระวังที่ทำให้ยื่นซ้ำ
- แก้ไขเอกสารหลังรับรอง
- แยกแผ่นที่เย็บรับรองไว้
- ส่งโดยไม่สแกนเก็บ
ตัวอย่างจำลอง
ผู้ใช้สมมุติพบว่าคำแปลสะกดชื่อกลางผิด จึงแก้ก่อนยื่นรับรอง ไม่ต้องรับรองซ้ำ ตัวอย่างนี้ใช้อธิบายลำดับงาน ไม่ใช่เคสลูกค้าจริง
สถานะ Apostille ของไทย
ไทยยื่นภาคยานุวัติอนุสัญญา Apostille ของ HCCH เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 และอนุสัญญาจะมีผลต่อไทยวันที่ 28 ก.พ. 2570 ก่อนวันมีผล เอกสารที่ออกในไทยยังไม่ได้รับตรา Apostille แต่ใช้การรับรองโดยกรมการกงสุล แล้วรับรองต่อโดยสถานทูตของประเทศปลายทางตามที่ประเทศนั้นกำหนด ถ้าผู้ให้บริการรายใดแจ้งว่าจะออก Apostille ให้เอกสารไทยได้ ควรถามให้ชัดว่าหมายถึงขั้นตอนใด
เวลาอ่านรีวิว ให้ดูว่าเอกสารผ่านหน่วยงานปลายทางจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่ได้รับเอกสารกลับมาเร็ว และระวังรีวิวที่ไม่ระบุประเทศหรือประเภทเอกสาร
ก่อนส่งเอกสารให้ผู้ให้บริการ ควรขอรายการขั้นตอนที่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าจะแปลกี่หน้า รับรองที่หน่วยงานใด และจะส่งเอกสารต้นฉบับคืนอย่างไร
บทเรียนจากเคสที่ต้องแก้ไขกลางทาง
เคสที่ต้องแก้ไขบ่อยที่สุดมาจากการสะกดชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับเอกสารฉบับแปล การตรวจชื่อก่อนแปลทุกครั้งช่วยลดการแก้ไขได้มาก
เคสที่ใช้เวลานานกว่าปกติ
เคสที่ใช้เวลานานมักมีร่วมกันอยู่สองเรื่อง คือเอกสารต้องรับรองหลายชั้นเพราะประเทศปลายทางไม่อยู่ในระบบ Apostille และผู้ขอเปลี่ยนหน่วยงานปลายทางกลางทาง ทำให้รูปแบบการรับรองที่ทำไว้ไม่ตรงกับความต้องการใหม่ การยืนยันหน่วยงานปลายทางให้ชัดก่อนเริ่มจึงสำคัญที่สุด
ให้ทีมงานตรวจก่อนยื่น
ส่งรายการเอกสารที่ผู้รับขอ พร้อมกำหนดวันยื่น ทาง LINE @NYC168 ทีมงานจะชี้ว่าขาดอะไรและควรเริ่มขั้นตอนใดก่อน ทั้งนี้ผลพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานผู้ออกและผู้รับเอกสาร