หน้าแรก
อัปเดตกฎระเบียบวีซ่าออสเตรเลียล่าสุด

คู่มือครบวงจรวีซ่า Partner ออสเตรเลีย Subclass 309 | 100 | 820 | 801

สำหรับคู่รักชาวไทยที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปออสเตรเลีย เจาะลึกเอกสารความสัมพันธ์ บริการแปล NAATI รับรองนิติกรณ์ และขอใบตำรวจ ครบจบในที่เดียว ไม่ต้องปวดหัวเรื่องเอกสาร

ปรึกษาผ่าน LINE
4.9 / 5 (2,789 รีวิว)
แปล NAATI & ประวัติอาชญากรรม
ให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัด

1. ทำความรู้จักวีซ่า Partner ออสเตรเลีย และคุณสมบัติเบื้องต้น

วีซ่า Partner ของประเทศออสเตรเลีย (Australian Partner Visa) เป็นเส้นทางหลักสำหรับคู่รักชาวไทยที่มีคู่สมรสหรือคู่ชีวิตเป็นพลเมืองออสเตรเลีย (Australian Citizen), ผู้อยู่อาศัยถาวร (Permanent Resident), หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีสิทธิ์ (Eligible New Zealand Citizen) ในการย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตร่วมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วีซ่าหมวดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนสถาบันครอบครัว โดยเปิดโอกาสให้คู่รักสามารถทำงาน ศึกษาต่อ และเข้าถึงสวัสดิการทางสังคมต่างๆ (เช่น Medicare) ในออสเตรเลียได้

คุณสมบัติเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดคือ "ความสัมพันธ์ที่แท้จริงและต่อเนื่อง" (Genuine and Continuing Relationship) ไม่ว่าคุณจะจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย หรืออยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียน (De facto relationship) ทางกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) จะพิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการเงิน (Financial), ด้านลักษณะการอยู่อาศัย (Nature of household), ด้านสังคม (Social aspects), และความมุ่งมั่นที่มีต่อกัน (Commitment)

สำหรับชาวไทย ไม่ว่าคุณจะมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้ง พระนคร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, สัมพันธวงศ์, ปทุมวัน, บางรัก, ยานนาวา, สาทร, บางคอแหลม, ดุสิต, บางซื่อ หรือเขตอื่นๆ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดทั่วทั้ง 77 จังหวัด เช่น ชัยภูมิ, ชุมพร, เชียงราย, เชียงใหม่, ตรัง, ตราด, ตาก, นครนายก, นครปฐม, นครพนม คุณก็สามารถเริ่มต้นกระบวนการเตรียมความพร้อมได้จากที่บ้าน การทำความเข้าใจประเภทของวีซ่าที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

2. เจาะลึก Subclass 309 และ 100: กระบวนการยื่นจากนอกประเทศ (Offshore)

กระบวนการยื่นวีซ่าแบบ Offshore หรือการยื่นคำร้องจากนอกประเทศออสเตรเลีย ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก คือ Subclass 309 (วีซ่าชั่วคราว) และ Subclass 100 (วีซ่าถาวร) รูปแบบนี้เหมาะสำหรับคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ออสเตรเลียในขณะที่ยื่นใบสมัคร

เมื่อคุณยื่นคำร้อง คุณจะสมัครทั้ง 309 และ 100 ไปพร้อมกันในคราวเดียว พร้อมชำระค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว หากได้รับการอนุมัติ คุณจะได้รับ Subclass 309 ก่อน ซึ่งอนุญาตให้คุณเดินทางเข้าออสเตรเลีย อาศัย ทำงาน และเรียนหนังสือได้ หลังจากนั้น เมื่อเวลาผ่านไปครบ 2 ปีนับจากวันที่ยื่นใบสมัครครั้งแรก หากความสัมพันธ์ยังคงดำเนินอยู่ ทางกระทรวงฯ จะขอให้คุณส่งเอกสารอัปเดตความสัมพันธ์เพื่อพิจารณาอนุมัติวีซ่าถาวร Subclass 100 ต่อไป

ข้อดีของการยื่น Offshore คือคุณสามารถรวบรวมเอกสารต่างๆ ในประเทศไทยได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการขอใบตรวจประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือการจัดการเรื่องเอกสารส่วนตัวต่างๆ โดยทีมงานของเราพร้อมให้บริการรับส่งเอกสารตามจุดต่างๆ เช่น Siam Paragon, CentralWorld, EmQuartier หรือแนวรถไฟฟ้า BTS Siam, BTS Asok, BTS Phrom Phong เพื่อความสะดวกสูงสุดของคุณ

3. เจาะลึก Subclass 820 และ 801: กระบวนการยื่นจากในประเทศ (Onshore)

สำหรับคู่รักชาวไทยที่เดินทางเข้ามาในออสเตรเลียแล้วด้วยวีซ่าประเภทอื่น เช่น วีซ่านักเรียน (Student Visa) วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa) หรือวีซ่าทำงาน (Work Visa) และไม่มีเงื่อนไขห้ามต่อวีซ่า (No Further Stay - Condition 8503) คุณสามารถเลือกเส้นทางการยื่นวีซ่าแบบ Onshore ผ่าน Subclass 820 (วีซ่าชั่วคราว) และ Subclass 801 (วีซ่าถาวร) ได้

ความพิเศษของการยื่น Onshore คือ เมื่อคุณส่งใบสมัครและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับ Bridging Visa (วีซ่าเชื่อมต่อ) ซึ่งอนุญาตให้คุณพำนักอยู่ในออสเตรเลียได้อย่างถูกกฎหมายระหว่างรอผลพิจารณา Subclass 820 นอกจากนี้ Bridging Visa มักจะมอบสิทธิ์ในการทำงานเต็มเวลา และสิทธิ์ในการลงทะเบียน Medicare (ประกันสุขภาพของรัฐ) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเริ่มต้นชีวิตคู่

อย่างไรก็ตาม การเตรียมเอกสารซัพพอร์ตจากไทย เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน หรือใบตรวจประวัติอาชญากรรมจากประเทศไทย ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น แม้คุณจะอยู่ที่ออสเตรเลียแล้วก็ตาม คุณสามารถใช้บริการของเราเพื่อดำเนินการขอเอกสารและแปล NAATI จากประเทศไทย ส่งตรงถึงมือคุณที่ออสเตรเลียได้ทันที ประหยัดทั้งเวลาและค่าตั๋วเครื่องบิน

ตารางเปรียบเทียบ Subclass วีซ่า Partner

Subclass 309 (Provisional)

ยื่นจาก: Offshore (นอกประเทศ)
ชั่วคราว

สำหรับผู้ยื่นคำร้องที่อยู่นอกออสเตรเลีย อนุญาตให้เดินทางเข้าออสเตรเลียและทำงานได้

สถานะการพำนัก: จนกว่าจะได้ 100

Subclass 100 (Migrant)

ยื่นจาก: Offshore (นอกประเทศ)
ถาวร (PR)

ขั้นต่อจาก 309 เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินมาครบ 2 ปี จะได้รับการประเมินเพื่อรับ PR

สถานะการพำนัก: ถาวร

Subclass 820 (Provisional)

ยื่นจาก: Onshore (ในประเทศ)
ชั่วคราว

สำหรับผู้ยื่นคำร้องที่อยู่ในออสเตรเลียแล้ว (เช่น ถือวีซ่านักเรียน/ท่องเที่ยวที่ไม่มี condition 8503)

สถานะการพำนัก: จนกว่าจะได้ 801

Subclass 801 (Permanent)

ยื่นจาก: Onshore (ในประเทศ)
ถาวร (PR)

ขั้นต่อจาก 820 มอบสถานะผู้อยู่อาศัยถาวรให้กับคู่สมรสที่อยู่ในออสเตรเลีย

สถานะการพำนัก: ถาวร

ข้อควรรู้: การยื่นคำร้องจะเป็นการยื่นแบบ "แพ็คเกจคู่" (309 ควบ 100 หรือ 820 ควบ 801) โดยคุณชำระค่าธรรมเนียมให้สถานทูตออสเตรเลียเพียงครั้งเดียวตอนเริ่มต้น

4. การเตรียมหลักฐานพิสูจน์ความสัมพันธ์ (Relationship Evidence)

หัวใจสำคัญที่สุดในการขอวีซ่า Partner ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนสมรสหรืออยู่แบบ De facto คือ "การพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าความสัมพันธ์ของคุณเป็นของจริงและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง" เอกสารในส่วนนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าทะเบียนสมรสเสียอีก โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ:

1. ด้านการเงิน (Financial aspects): หลักฐานการเปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน (Joint bank accounts), การซื้อทรัพย์สินร่วมกัน, บิลค่าใช้จ่ายที่หารกันจ่าย, กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ระบุชื่ออีกฝ่ายเป็นผู้รับผลประโยชน์

2. ด้านการอยู่อาศัยร่วมกัน (Nature of the household): สัญญาเช่าบ้านที่มีชื่อร่วมกัน, บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตที่ส่งถึงที่อยู่เดียวกัน, อีเมลหรือจดหมายที่จัดส่งถึงทั้งสองคน

3. ด้านสังคม (Social context): รูปถ่ายคู่กันในโอกาสต่างๆ (ควรมีความหลากหลายของเวลา สถานที่ และบุคคลรอบข้าง), หลักฐานการท่องเที่ยวด้วยกัน (ตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม), การรับรองความสัมพันธ์จากเพื่อนและครอบครัว (Form 888)

4. ความมุ่งมั่นที่มีต่อกัน (Nature of commitment): ประวัติการสนทนาทาง Line, WhatsApp หรืออีเมลในช่วงที่ต้องห่างกัน, บันทึกการโทรหากัน, การวางแผนอนาคตร่วมกัน

สำหรับคู่รักที่มีกิจกรรมหรือการใช้ชีวิตครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ในไทย เช่น ไปเที่ยว กระบี่ แวะเยี่ยมญาติที่ ตราด หรือทำงานใน ยานนาวา การรวบรวมหลักฐานการเดินทางและการใช้ชีวิตเหล่านี้อย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแฟ้มเอกสารของคุณได้อย่างมาก

5. รายการเอกสารส่วนบุคคลพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ (Personal Documents)

นอกเหนือจากหลักฐานความสัมพันธ์แล้ว ผู้ยื่นคำร้อง (Applicant) และผู้สนับสนุน (Sponsor) ต้องจัดเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารไทยทุกฉบับจำเป็นต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐาน (แนะนำ NAATI) และรับรองความถูกต้อง

เอกสารส่วนบุคคลที่ต้องใช้ ได้แก่ พาสปอร์ต (Passport) ทุกหน้าที่มีตราประทับ, บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, สูติบัตร (Birth Certificate), ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี), ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าจากอดีตคู่สมรส (เพื่อพิสูจน์ว่ามีสถานะโสดก่อนเริ่มความสัมพันธ์ปัจจุบัน), และรูปถ่ายหน้าตรงขนาดพาสปอร์ตตามมาตรฐานออสเตรเลีย

หากคุณมีบุตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ก่อนหน้าและต้องการให้ติดตามไปด้วย (Dependent children) จะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมอย่างรัดกุม โดยเฉพาะเอกสารยินยอมให้บุตรเดินทางจากอดีตคู่สมรส (ใบ ป.ค. 14 หรือคำสั่งศาล) เอกสารเหล่านี้มีความซับซ้อนทางกฎหมาย หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัด น่าน หรือ พัทลุง ทีมงานของเราสามารถให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์และจัดการแปลเอกสารทั้งหมดให้พร้อมยื่นได้อย่างไร้รอยต่อ

6. ความสำคัญของใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Police Clearance Certificate)

การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเป็นขั้นตอนภาคบังคับที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในการยื่นขอวีซ่า Partner ออสเตรเลีย รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายปกป้องสังคมอย่างเข้มงวด ผู้ยื่นคำร้อง (และผู้ติดตามที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป) จะต้องแสดง Police Clearance จาก "ทุกประเทศ" ที่เคยอาศัยอยู่รวมกันเกิน 12 เดือน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย เอกสารนี้ออกโดยศูนย์ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระบวนการนี้อาจสร้างความยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา หรือผู้ที่พำนักอยู่ในออสเตรเลียแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรวมถึงการแปลและรับรองมักอยู่ระหว่าง 4,000-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคส

บริการของเราช่วยลดภาระตรงนี้ได้อย่างสิ้นเชิง คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางฝ่ารถติดในกรุงเทพฯ หรือลางานจากต่างจังหวัด เช่น ยโสธร เรามีบริการทำแทนโดยใช้หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) พร้อมบริการแปล NAATI และทำเอกสารให้สอดคล้องกับระเบียบของสถานทูตออสเตรเลียแบบ 100% ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าเอกสารจะไม่ถูกตีกลับ

7. ทำไมต้องใช้การแปลแบบ NAATI (NAATI Certified Translation)?

NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) คือองค์กรระดับชาติของออสเตรเลียที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและรับรองคุณวุฒิของนักแปลและล่าม แม้ทางสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยจะรับเอกสารที่แปลโดยศูนย์แปลทั่วไปที่มีตราประทับรับรอง แต่การใช้เอกสารที่แปลโดยนักแปล NAATI ถือเป็น "มาตรฐานทองคำ" ที่รับประกันความราบรื่นในการพิจารณา

การแปลด้วย NAATI มีข้อดีคือเอกสารนั้นจะได้รับการยอมรับจากหน่วยงานราชการของออสเตรเลียทุกระดับทันที โดยไม่จำเป็นต้องนำไปผ่านกระบวนการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุลไทยให้ซับซ้อนเพิ่มขึ้น (ในกรณีส่วนใหญ่) ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาได้อย่างมาก ค่าใช้จ่ายในการแปล NAATI มักเริ่มต้นที่ 800-2,500 บาท ต่อหน้า ขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสาร

ไม่ว่าคุณจะเตรียมเอกสารอยู่ที่ ลาดพร้าว หรือ ศรีสะเกษ ทีมงานของเรามีเครือข่ายนักแปล NAATI ระดับมืออาชีพที่พร้อมให้บริการแปลเอกสารราชการไทยทุกประเภทอย่างแม่นยำ พร้อมประทับตรา NAATI ที่ตรวจสอบได้จริง

8. การรับรองเอกสาร (Apostille & Legalization) จำเป็นหรือไม่?

แม้การใช้บริการนักแปล NAATI จะช่วยลดความจำเป็นในการทำ Legalization ลงไปได้มาก แต่ในบางกรณี เอกสารเฉพาะทาง เช่น คำสั่งศาล หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารทางธุรกิจ อาจต้องการการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ (Authentication) หรือที่รู้จักกันในรูปแบบ Apostille (สำหรับประเทศสมาชิก)

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสมาชิกของอนุสัญญา Apostille ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ขอให้รับรองเอกสาร คุณจะต้องผ่านกระบวนการรับรองนิติกรณ์ (Legalization) แบบดั้งเดิม ซึ่งต้องนำไปประทับตราที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมกงสุลและการจัดการมักอยู่ในช่วง 2,500-5,000 บาท

ทาง NYC Legal มีบริการ Notary Public และ Consular Legalization ครบวงจร หากคุณต้องการประทับตรายืนยันตัวตน หรือทำ Certified True Copy สำหรับยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย เราสามารถจัดการให้ได้เสร็จสรรพในที่เดียว โดยมีค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1,500-8,000 บาท

เครื่องมือประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

คำนวณงบประมาณสำหรับการเตรียมเอกสารในไทย

เลือกบริการเอกสารที่ต้องการเตรียม

สำหรับสูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส (ประเมินเริ่มต้น 2-3 ฉบับ)

ดำเนินการแทนแบบมอบอำนาจ รวมรับรองเอกสาร

ในกรณีที่ต้องใช้ตัวจริงที่ออสเตรเลีย

งบประมาณการเตรียมเอกสาร

฿6,500 บาท (โดยประมาณ)

ค่าธรรมเนียมสถานทูตออสเตรเลีย

Visa Application Charge:$8,850 AUD
(คิดเป็นเงินไทยประมาณ)~ ฿199,125

นี่คือราคาประเมินเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายจริงของเอกสารจะคำนวณตามจำนวนหน้าและเนื้อหาที่ต้องแปลจริง

9. ไทม์ไลน์และระยะเวลาการพิจารณา (Processing Timeline)

ความคาดหวังเรื่องเวลาเป็นสิ่งที่คู่รักทุกคู่ควรรู้ก่อนเริ่มต้น ระยะเวลาการพิจารณาวีซ่า Partner มีความผันผวนขึ้นอยู่กับปริมาณคำร้องในระบบทั่วโลกและความสมบูรณ์ของเอกสารในแฟ้มของคุณ โดยทั่วไป สถิติจากกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลียระบุว่า:

สำหรับ Subclass 309 (Offshore): 75% ของคำร้องใช้เวลาประมาณ 12 เดือน และ 90% ใช้เวลาประมาณ 24 เดือน

สำหรับ Subclass 820 (Onshore): ระยะเวลาก็ใกล้เคียงกันคือระหว่าง 10-24 เดือน

เคล็ดลับในการเร่งความเร็วคือการส่งคำร้องแบบ "Decision Ready" หมายถึงการเตรียมเอกสารทุกชิ้นให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกยื่น รวมถึงการตรวจสุขภาพ (Health Examination) และแนบใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Police Checks) พร้อมคำแปล NAATI เข้าไปในระบบทันที ไม่ต้องรอให้ Case Officer (CO) ร้องขอ

การเตรียมการที่ดีต้องเริ่มล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน หากคุณอยู่ต่างจังหวัดห่างไกล เช่น สุโขทัย การวางแผนส่งเอกสารทางไปรษณีย์เพื่อแปลและรับรองล่วงหน้าจะช่วยให้คุณยื่นวีซ่าได้ตรงตามกำหนดเวลาที่คุณวางแผนไว้

10. แจกแจงโครงสร้างค่าใช้จ่าย (Cost Breakdown & Estimation)

การขอวีซ่า Partner ถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่สำหรับคู่ชีวิต นอกเหนือจาก "ค่าธรรมเนียมวีซ่าของรัฐบาลออสเตรเลีย" (Visa Application Charge) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8,850 AUD แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่ต้องเตรียมงบประมาณไว้:

1. ค่าแปลเอกสาร NAATI: ประมาณ 800-2,500 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับจำนวนสูติบัตร ทะเบียนบ้าน ฯลฯ

2. ใบตรวจประวัติอาชญากรรมพร้อมดำเนินการ: 4,000-8,000 บาท

3. ตรวจสุขภาพ (Health Examination): ประมาณ 3,000-5,000 บาท (ชำระตรงกับโรงพยาบาลที่กำหนด)

4. การรับรองเอกสาร Notary/กงสุล (ถ้ามี): 1,500-8,000 และ 2,500-5,000 บาท

5. ค่าส่งเอกสารไปต่างประเทศ (กรณีส่งตัวจริง): 2,500 บาท ผ่าน DHL/FedEx

หากรวมค่าดำเนินการเตรียมเอกสารฝั่งไทยทั้งหมด มักจะตกอยู่ประมาณ 15,000 - 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส การเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันการยื่นเอกสารผิดพลาด จะช่วยเซฟค่าธรรมเนียมวีซ่าเฉียดสองแสนบาทไม่ให้สูญเปล่าจากการถูกปฏิเสธวีซ่า (Visa Refusal)

11. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง (Common Mistakes to Avoid)

การยื่นวีซ่า Partner ไม่ใช่แค่การกรอกฟอร์มแล้วจบ แต่เป็นการเล่าเรื่องราวความรักผ่านหน้ากระดาษและหลักฐาน ข้อผิดพลาดที่ทำให้คู่รักชาวไทยหลายคู่ต้องเสียน้ำตาและสูญเงินฟรี ได้แก่:

1. หลักฐานความสัมพันธ์ "เบาบาง" เกินไป: คู่รักบางคู่มีแค่ทะเบียนสมรสและรูปถ่ายเซลฟี่ไม่กี่รูป ไม่มีหลักฐานการเงินหรือการอยู่อาศัยร่วมกันเลย เจ้าหน้าที่จะมองว่าเป็นการแต่งงานเพื่อแอบแฝงขอวีซ่า (Sham marriage)

2. ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน: การเขียนประวัติความสัมพันธ์ (Relationship statement) ที่วันที่หรือเหตุการณ์ขัดแย้งกัน หรือไม่ตรงกับแบบฟอร์ม 888 ของพยาน

3. ปิดบังประวัติอาชญากรรม: การไม่เปิดเผยประวัติการทำผิดกฎหมาย แม้จะเป็นคดีเล็กน้อย หรือคดีเก่าที่ศาลยกฟ้องแล้ว หากถูกตรวจพบว่าจงใจปิดบัง จะโดนแบน (Ban) ไม่ให้เข้าออสเตรเลียตามมาตรา PIC 4020

4. แปลเอกสารผิดมาตรฐาน: ใช้ศูนย์แปลเถื่อนหรือใช้ Google Translate ทำให้เอกสารหมดความน่าเชื่อถือ

เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ เราแนะนำให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกตัวอักษร ไม่ว่าคุณจะทำเรื่องด้วยตนเองจาก สายไหม หรือใช้บริการ Migration Agent ก็ตาม ความซื่อสัตย์และหลักฐานที่แน่นหนาคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

12. De facto Partnership vs การจดทะเบียนสมรส (Marriage)

หลายคนสงสัยว่าต้องบินไปจดทะเบียนสมรสก่อนหรือไม่ถึงจะขอวีซ่าได้ คำตอบคือ ไม่จำเป็น กฎหมายออสเตรเลียให้สิทธิ์ความสัมพันธ์แบบ De facto (พฤตินัย) เทียบเท่ากับการสมรสตามกฎหมาย

De facto relationship หมายถึง คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา เงื่อนไขสำคัญคือต้องพิสูจน์ได้ว่า "อยู่กินและสร้างครอบครัวร่วมกันมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน" ก่อนวันยื่นวีซ่า หากไม่ถึง 12 เดือน อาจต้องพิจารณาจดทะเบียนความสัมพันธ์กับรัฐ (Civil Partnership) เพื่อขอยกเว้นกฎ 12 เดือน

ในขณะที่ การจดทะเบียนสมรส (Marriage) ตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายออสเตรเลีย จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องกฎ 12 เดือน แต่คุณก็ยังต้องใช้หลักฐาน 4 ด้าน (การเงิน การอยู่ร่วมกัน สังคม ความมุ่งมั่น) มาสนับสนุนอยู่ดี การมีเพียงใบทะเบียนสมรสใบเดียว ไม่ได้รับประกันว่าวีซ่าจะผ่าน 100% เสมอไป

Timeline & กระบวนการยื่นวีซ่า

1. รวบรวมและแปลเอกสาร

เตรียมหลักฐานความสัมพันธ์, เอกสารส่วนตัว และส่งแปล NAATI (1-3 สัปดาห์)

2. ขอใบตรวจประวัติอาชญากรรม

ขอ Police Clearance จากไทยผ่านมอบอำนาจ (7-14 วัน)

3. ยื่น ImmiAccount & จ่ายเงิน

ผู้สมัครหลักกรอก 47SP และสปอนเซอร์กรอก 40SP (ทำได้ทันทีเมื่อเอกสารพร้อม)

4. ตรวจสุขภาพ & ไบโอเมตริก

ทำตามคำสั่งในระบบหลังยื่นวีซ่า (ภายใน 28 วันหลังได้รับแจ้ง)

5. รอพิจารณาวีซ่าชั่วคราว (309/820)

อัปเดตหลักฐานความสัมพันธ์เพิ่มเติมระหว่างรอ (12-24 เดือน)

6. ประเมินวีซ่าถาวร (100/801)

เมื่อครบ 2 ปีนับจากวันยื่น จะมีการขอเอกสารอัปเดตเพื่ออนุมัติ PR

13. ขั้นตอนการดำเนินการทีละสเต็ป (Step-by-Step Guide)

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน นี่คือ Roadmap ของการยื่นขอวีซ่า Partner:

Step 1: รวบรวมเอกสาร - เริ่มเก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรกที่คบกัน เช่น บิลค่าน้ำค่าไฟ แชทไลน์ ตั๋วหนัง

Step 2: จัดเตรียมเอกสารราชการ - ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ และส่งมาให้เราแปล NAATI

Step 3: ตรวจประวัติอาชญากรรม - มอบอำนาจให้เราขอ Police Clearance จากไทย (และประเทศอื่นๆ ที่เคยไปอยู่)

Step 4: สร้างบัญชี ImmiAccount - ผู้สมัครหลักสร้างแอคเคาท์ออนไลน์และกรอกแบบฟอร์ม 47SP

Step 5: ยื่นคำร้องและจ่ายเงิน - ตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย อัปโหลดเอกสารทั้งหมด และชำระค่าธรรมเนียม

Step 6: ผู้สนับสนุนกรอกแบบฟอร์ม - สปอนเซอร์กรอกฟอร์ม 40SP ในระบบเพื่อยืนยันการสนับสนุน

Step 7: ตรวจสุขภาพและเก็บลายนิ้วมือ - ไปโรงพยาบาลและศูนย์ VFS ตามคำสั่งในระบบ

Step 8: รอผลและอัปเดตหลักฐาน - ระหว่างรอ 12-24 เดือน หากมีกิจกรรมใหม่ๆ สามารถอัปโหลดหลักฐานเพิ่มเข้าไปในระบบได้อย่างต่อเนื่อง

หากคุณทำตามขั้นตอนนี้อย่างมีวินัย ไม่ว่าคุณจะพำนักอยู่ในเขต คลองสาน หรือจังหวัด หนองบัวลำภู โอกาสแห่งความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล

14. บริการจัดการเอกสารวีซ่า Partner แบบ One-Stop Service

NYC Legal เข้าใจถึงความเครียดและความกดดันในการเตรียมตัวยื่นวีซ่าคู่รัก เราจึงออกแบบบริการที่ช่วยตัดวงจรความยุ่งยากเรื่องเอกสารราชการไทยออกไปทั้งหมด บริการของเราถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สมัครที่ทำเรื่องเอง (DIY) หรือใช้ Migration Agent

เราให้บริการ: แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI ทุกประเภท (สูติบัตร, ทะเบียนสมรส, ใบหย่า, บัตรประชาชน), บริการเดินเรื่องขอใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance) พร้อมรับรองกระทรวงการต่างประเทศ, บริการรับรอง Notary Public สำหรับฟอร์มและ Statutory Declarations

คุณเพียงแค่ส่งไฟล์สแกนหรือเอกสารตัวจริงมาให้เรา ไม่ว่าคุณจะทำงานออฟฟิศย่าน CentralWorld หรืออยู่ไกลถึง ชลบุรี เรามีทีมรับส่งเอกสารและพันธมิตรไปรษณีย์ที่เชื่อถือได้ เพื่อจัดการทุกอย่างและส่งกลับให้คุณในรูปแบบไฟล์ PDF ที่พร้อมอัปโหลดเข้า ImmiAccount ได้ทันที

15. การเขียนประวัติความสัมพันธ์ (Relationship Statement)

หนึ่งในเอกสารเชิงเล่าเรื่องที่ทรงพลังที่สุดคือ Relationship Statement ทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุนจะต้องเขียนจดหมายอธิบายความรักของพวกคุณ จดหมายนี้ควรครอบคลุมหัวข้อต่อไปนี้:

- พบกันครั้งแรกเมื่อไหร่ อย่างไร ที่ไหน

- ความสัมพันธ์พัฒนาไปสู่การตกลงคบหากันอย่างไร

- การจัดการเรื่องเงินและการแบ่งเบาภาระในบ้านเป็นรูปแบบใด

- กิจกรรมทางสังคม งานอดิเรก และการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว/เพื่อน

- ช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน รักษาความสัมพันธ์ไว้ได้อย่างไร

- แผนการในอนาคตที่วางไว้ร่วมกัน

เคล็ดลับคือการเขียนด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ ซื่อสัตย์ และลงรายละเอียดให้สอดคล้องกับหลักฐานที่เป็นกระดาษที่คุณแนบไป การบรรยายว่าไปเที่ยวเทศกาลที่ เชียงราย ด้วยกัน ควรมีรูปถ่ายในงานนั้นแนบประกอบด้วยเสมอ

16. สิ่งที่ต้องทำหลังจากได้รับวีซ่าชั่วคราว (Subclass 309/820)

เมื่อคุณได้รับข่าวดีว่าวีซ่า 309 หรือ 820 อนุมัติแล้ว นั่นหมายความว่าคุณมีสิทธิ์พำนัก ทำงาน และเข้าถึงระบบสาธารณสุขของออสเตรเลียได้แล้ว แต่การเดินทางยังไม่จบเพียงเท่านี้

สิ่งสำคัญคือคุณต้อง "รักษาความสัมพันธ์" และ "เก็บหลักฐานต่อไปเรื่อยๆ" เพราะเมื่อเวลาผ่านไปครบ 2 ปี นับจากวันที่คุณยื่นใบสมัครครั้งแรก กรมการกงสุลจะติดต่อมาเพื่อให้คุณอัปเดตข้อมูลความสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อพิจารณาอนุมัติวีซ่าถาวร (Subclass 100/801)

ในช่วงเวลานี้ แนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารร่วมในออสเตรเลีย ซื้อรถ ใส่ชื่อร่วมในสัญญาเช่าบ้านที่ซิดนีย์ เมลเบิร์น หรือบริสเบน เพื่อสร้างโปรไฟล์การเป็นครอบครัวในออสเตรเลียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หากคุณมีเหตุให้ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมจากไทย บริการของเรายังคงสแตนด์บายดูแลคุณเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) วีซ่า Partner

ข้อสงสัยยอดฮิตเกี่ยวกับการเตรียมเอกสาร แปล NAATI และกระบวนการขอวีซ่าออสเตรเลีย

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ 'สถานที่ที่คุณอยู่ขณะยื่นคำร้อง' หากคุณอยู่ไทย (หรือนอกออสเตรเลีย) ต้องยื่น 309/100 (Offshore) แต่หากคุณอยู่ในออสเตรเลียด้วยวีซ่าอื่นที่อนุญาตให้ต่อวีซ่าได้ คุณสามารถยื่น 820/801 (Onshore) ได้ ทั้งสองแบบจะได้วีซ่าชั่วคราวก่อน (309 หรือ 820) แล้วจึงเปลี่ยนเป็นถาวร (100 หรือ 801) ในภายหลัง

ไม่จำเป็นครับ คู่รักสามารถยื่นขอในฐานะ De facto partner (พฤตินัย) ได้ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าอยู่กินฉันสามีภรรยาและมีความสัมพันธ์ที่จริงจังต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 12 เดือน (เว้นแต่จะจดทะเบียนความสัมพันธ์แบบ civil partnership ตามกฎหมายรัฐในออสเตรเลีย ซึ่งอาจลดหย่อนเงื่อนไขเวลาได้)

ทางสถานทูตออสเตรเลียมักแนะนำและยอมรับเอกสารที่แปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) เป็นมาตรฐานสูงสุด เพื่อป้องกันความผิดพลาดและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเอกสารประกอบความสัมพันธ์ของคุณ

โดยทั่วไป ใบตรวจประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย จะมีอายุการใช้งาน 12 เดือนนับจากวันที่ออกเอกสาร แนะนำให้ขอเอกสารนี้เมื่อใกล้ถึงกำหนดที่เจ้าหน้าที่ (Case Officer) จะเรียกขอ เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุก่อนวีซ่าอนุมัติ

ค่าธรรมเนียมวีซ่าหลักจ่ายให้รัฐบาลออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ $8,850 AUD (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) ส่วนค่าเตรียมเอกสารในไทย เช่น แปล NAATI, ตรวจประวัติอาชญากรรม, รับรองกงสุล/Apostille และ Notary จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 25,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสารส่วนตัวของแต่ละคู่

ระยะเวลาพิจารณาสำหรับ Subclass 309 และ 820 ในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 12 ถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเอกสาร (Decision Ready) หากเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์แน่นหนา การพิจารณาก็จะรวดเร็วขึ้น

เราให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้ง 77 จังหวัด และ 50 เขตในกรุงเทพฯ คุณสามารถส่งเอกสารผ่านระบบออนไลน์ หรือไปรษณีย์ EMS/Kerry มาให้เราดำเนินการแปล NAATI ขอประวัติอาชญากรรม และรับรองนิติกรณ์กงสุลได้เบ็ดเสร็จแบบ One-Stop Service โดยไม่ต้องเดินทางมาเอง

18. ประสบการณ์ 15 ปี กับความสำเร็จนับพันเคส

NYC Legal and Notary Services จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วยเลขทะเบียน 0435567000061 เราสั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 15+ years ในการจัดการเอกสารด้านกฎหมายข้ามชาติและงานแปลที่ได้รับการรับรอง

ด้วยคะแนนความพึงพอใจ 4.9 ดาว จากลูกค้ารีวิวกว่า 2789 ท่าน เราได้ช่วยเหลือคู่รักชาวไทยมากมายในการพิชิตกำแพงเอกสารที่ซับซ้อน เราเข้าใจระเบียบของสถานทูตออสเตรเลียอย่างถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็นเคสทั่วไป หรือเคสที่มีความซับซ้อน เช่น เคยหย่าร้าง มีประวัติวีซ่าปฏิเสธ หรือต้องการหลักฐานอ้างอิงพิเศษ

19. เหตุผลที่ควรเลือก NYC Legal เป็นพาร์ทเนอร์ด้านเอกสารของคุณ

1. มาตรฐาน NAATI: เราทำงานร่วมกับนักแปล NAATI โดยตรง เพื่อให้เอกสารมีพลังน่าเชื่อถือสูงสุด

2. One-Stop Service: บริการแปล ขอประวัติอาชญากรรม Notary และ Apostille ครบจบในที่เดียว ไม่ต้องวิ่งรอกหลายหน่วยงาน

3. ครอบคลุมทั่วประเทศ: ไม่ว่าคุณจะอยู่เขต พญาไท หรือจังหวัดไกลๆ อย่าง แพร่ ก็สามารถส่งเอกสารมาทำกับเราได้สบายๆ

4. ราคาโปร่งใส: แจ้งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าชัดเจนตามงบ 800-2,500 ถึง 8000 บาท ไม่มีชาร์จแอบแฝง

5. ความเร็วและความแม่นยำ: เข้าใจถึงความสำคัญของ Timeline เราจัดส่งตรงเวลาพร้อมตรวจทานความถูกต้อง 100%

20. ติดต่อสอบถามและรับคำปรึกษาประเมินเอกสารฟรี

อย่าปล่อยให้ความยุ่งยากของเอกสารมาเป็นอุปสรรคขวางกั้นอนาคตการใช้ชีวิตคู่ของคุณที่ออสเตรเลีย ทีมงาน NYC Legal พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินรายการเอกสารที่จำเป็นสำหรับเคสของคุณฟรี!

คุณสามารถส่งรูปถ่ายหรือไฟล์เอกสารมาให้ทีมงานประเมินราคาได้ทันทีผ่านช่องทาง LINE OA: @NYCLI หรือโทรด่วนที่ 083-249-4999 ในเวลาทำการ Mon-Fri 09:00-18:00

สำนักงานใหญ่ของเราตั้งอยู่ที่ 61 ซอย ลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 พร้อมสาขาภูมิภาคที่ Khon Kaen, Udon Thani, Nong Khai เรายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันวีซ่า Partner ออสเตรเลียของคุณให้เป็นจริงอย่างราบรื่นที่สุด

ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี วันนี้

อย่าปล่อยให้เรื่องเอกสารวีซ่า Partner เป็นเรื่องปวดหัว ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมประเมินเอกสารเบื้องต้นและวางแผนไทม์ไลน์ให้คุณฟรี

สำนักงานใหญ่

61 ซอย ลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

สาขาต่างจังหวัด: Khon Kaen, Udon Thani, Nong Khai

เวลาทำการ

สำนักงาน: Mon-Fri 09:00-18:00

ออนไลน์ (Line/Email): Mon-Sun 09:00-18:00