หน้าแรก
Police Clearance Results Guide

ผลใบตรวจประวัติอาชญากรรมไทย ไม่พบประวัติ กับ พบประวัติแตกต่างกันอย่างไร? และต้องทำอะไรต่อในแต่ละกรณี

เจาะลึกวิธีการอ่านผลตรวจประวัติจาก สตช. แนวทางการแก้ไขข้อมูล และการเตรียมเอกสารชี้แจงเพื่อยื่นขอวีซ่าหรือสมัครงานอย่างมืออาชีพ

วิเคราะห์ผลตรวจประวัติเบื้องต้น

ยินดีด้วย! ประวัติของคุณขาวสะอาด

ผลการตรวจสอบยืนยันว่าไม่มีข้อมูลคดีอาญาในระบบ คุณสามารถนำเอกสารไปใช้ได้ทันที

ขั้นตอนต่อไป:
  • นำไปแปลภาษา (หากประเทศปลายทางต้องการภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ)
  • นำไปประทับตรารับรองเอกสาร (Apostille หรือ Legalization) ตามเงื่อนไขของสถานทูต
  • แนบประกอบใบสมัครวีซ่าหรือสมัครงานได้ทันทีก่อนเอกสารหมดอายุ (ปกติ 3-6 เดือน)

1. ใบตรวจประวัติอาชญากรรมบอกอะไรเราบ้าง

เอกสารใบรับรองความประพฤติ หรือ Police Clearance Certificate จากศูนย์ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเอกสารที่ทำหน้าที่รายงาน 'ข้อเท็จจริง' ที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลกลางของระบบตำรวจไทย เอกสารนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ตัดสินว่าบุคคลนั้นเป็นคนดีหรือคนเลว แต่เป็นการแสดงประวัติการต้องโทษหรือคดีความที่เคยเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในเขตวัฒนา คลองเตย บางรัก หรือดุสิต ในกรุงเทพมหานคร การตีความผลที่ได้รับ ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการสมัครงานหรือขอวีซ่า ถือเป็นดุลยพินิจขององค์กรหรือสถานทูตปลายทางเป็นหลัก เอกสารฉบับนี้เป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งในการพิจารณาคุณสมบัติบุคคลเท่านั้น

2. ผลที่ 1: ไม่พบประวัติ ความหมายและการนำไปใช้

คำว่า 'ไม่พบประวัติ' (No Criminal Record Found) คือผลลัพธ์ที่ทุกคนต้องการเมื่อทำการยื่นขอตรวจสอบ ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ใน เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น หรือ นครราชสีมา หากผลออกมาแบบนี้ หมายความว่าในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ วันที่ตรวจสอบ ไม่มีบันทึกการถูกดำเนินคดีอาญา การจับกุม หรือการจำคุกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับหมายเลขบัตรประชาชนของคุณ ผลลัพธ์ที่ขาวสะอาดนี้เป็นใบเบิกทางที่ทรงพลังที่สุด ช่วยให้คุณสามารถนำเอกสารนี้ไปใช้ประกอบการขอวีซ่าทุกประเภท ทั้ง Partner Visa, Student Visa หรือ Working Holiday ได้อย่างมั่นใจและลดโอกาสการถูกปฏิเสธจากสถานทูตลงได้อย่างมาก

3. ผลที่ 2: พบประวัติ ความหมายและสิ่งที่ปรากฏ

หากใบแจ้งโทษระบุว่า 'พบประวัติ' (Criminal Record Found) นั่นหมายความว่าระบบได้ค้นพบบันทึกการกระทำความผิดทางอาญาของคุณ ในเอกสารจะมีการแจกแจงรายละเอียดอย่างชัดเจน เช่น ข้อหาที่ถูกดำเนินคดี สถานที่เกิดเหตุ (เช่น เกิดขึ้นที่ สาทร หรือ บางเขน) วันที่เกิดเหตุ รวมถึงผลคำพิพากษาของศาล (หากคดีสิ้นสุดแล้ว) เช่น สั่งปรับ รอลงอาญา หรือจำคุก สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ การพบประวัติไม่ใช่จุดจบของโลกเสมอไป สถานทูตและนายจ้างในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย (NSW, VIC, QLD) หรืออังกฤษ จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาตามบริบทความรุนแรงและระยะเวลาที่ผ่านมา

4. ประวัติประเภทไหนบ้างที่มักปรากฏ

ข้อมูลที่ถูกบันทึกลงในระบบและมักปรากฏในใบ Police Clearance แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่คดีเล็กน้อยไปจนถึงคดีร้ายแรง ได้แก่: คดีลหุโทษ (เช่น การทะเลาะวิวาทเล็กน้อย การพนัน), คดีจราจรที่เข้าข่ายอาญา (เช่น เมาแล้วขับ ขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ ซึ่งพบบ่อยมากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปทุมวัน หรือ ชลบุรี), คดีเกี่ยวกับทรัพย์ (เช่น ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์), คดีเกี่ยวกับยาเสพติด, และคดีทำร้ายร่างกาย ทุกครั้งที่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่ศูนย์กลางทันที แม้ว่าต่อมาศาลจะยกฟ้องก็ตาม

5. เมื่อผลพบประวัติ ต้องทำอะไรต่อ

เมื่อคุณเปิดซองเอกสารและพบว่ามีประวัติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 'ตั้งสติและทบทวนข้อมูล' ให้ตรวจสอบรายละเอียดข้อหาและวันที่เกิดเหตุว่าตรงกับความเป็นจริงที่คุณเคยเผชิญหรือไม่ หากเป็นคดีที่สิ้นสุดไปแล้วและศาลมีคำสั่งที่ชัดเจน (เช่น ยกฟ้อง หรือรอลงอาญา) ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียม 'เอกสารชี้แจง' คุณไม่ควรยื่นใบประวัติอาชญากรรมที่พบประวัติไปลอยๆ โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ เพราะนั่นอาจทำให้นายจ้างใน สงขลา หรือสถานทูตในต่างประเทศตีความในแง่ลบ การขอคำปรึกษาจากทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าเพื่อร่างจดหมายอธิบาย (Statutory Declaration) คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ณ จุดนี้

6. ประวัติแบบใดที่มักไม่ส่งผลต่อวีซ่า (Minor Offenses)

ไม่ใช่ทุกประวัติอาชญากรรมจะปิดกั้นโอกาสของคุณ คดีบางประเภทถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 'มีผลกระทบต่ำ' (Minor impact) หากคุณกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น อเมริกา หรือยุโรป ประวัติเก่าที่ผ่านมานานกว่า 10 ปี (Old Cases) หรือคดีลหุโทษเล็กน้อย เช่น การเมาแล้วขับที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ การทะเลาะวิวาทที่จบด้วยการปรับเงิน หรือคดีที่ศาลตัดสินให้ 'รอการลงโทษ' (Suspended sentences) มักจะไม่เป็นอุปสรรคสำคัญในการอนุมัติวีซ่า โดยเฉพาะวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือความซื่อสัตย์ หากคุณอธิบายข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาในใบสมัคร สถานทูตส่วนใหญ่มักจะให้โอกาส

7. ประวัติแบบใดที่มักส่งผลกระทบรุนแรง (Serious Offenses)

ในทางกลับกัน มีประวัติอาชญากรรมบางกลุ่มที่สร้าง 'Red Flag' ทันทีเมื่อถูกพบ กลุ่มคดีเหล่านี้มักส่งผลให้ถูกปฏิเสธวีซ่า หรือถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงานในหน่วยงานสำคัญ (เช่น งานธนาคารใน สีลม หรือ สุราษฎร์ธานี) ได้แก่: คดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและอาวุธปืน, คดีล่วงละเมิดทางเพศและคดีที่กระทำต่อเด็ก, คดีค้ายาเสพติดรายใหญ่, คดีฉ้อโกงประชาชน หรือคดีฟอกเงิน นอกจากนี้ สำหรับบางประเทศอย่างออสเตรเลีย (WA, SA, TAS) หากคุณเคยได้รับโทษจำคุกรวมกันเกิน 12 เดือน (Substantial Criminal Record) อาจถูกพิจารณาว่าไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบลักษณะนิสัย (Character Test) อย่างถาวร

8. กรณีที่ข้อมูลไม่ถูกต้อง ทำอย่างไร (Data Correction)

บางครั้งความผิดพลาดทางระบบอาจเกิดขึ้นได้ เช่น ชื่อและนามสกุลของคุณไปซ้ำกับผู้ต้องหาตัวจริง หรือเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องไปนานแล้ว แต่สถานะในระบบตำรวจยังขึ้นว่า 'อยู่ระหว่างดำเนินคดี' หากเกิดกรณีนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ บางกะปิ บางนา หรือ อุดรธานี คุณมีสิทธิ์ดำเนินการแก้ไขข้อมูล (Data Correction) โดยคุณต้องนำใบ 'คัดสำเนาคำพิพากษาคดีถึงที่สุด' จากศาลที่พิจารณาคดีนั้นๆ ไปยื่นเรื่องที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการปลดล็อกหรือปรับปรุงสถานะคดีให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ก่อนที่จะทำการยื่นขอใบ Police Clearance ฉบับใหม่อีกครั้ง

9. บทบาทของเราเมื่อลูกค้าพบประวัติ (Our Professional Role)

ที่ NYC Legal เรามีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในการรับมือกับผลตรวจประวัติทุกรูปแบบ เมื่อลูกค้าได้รับผลว่า 'พบประวัติ' เราไม่ปล่อยให้คุณเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจะเข้ามาทำการวิเคราะห์รูปคดี (Case Analysis) แนะนำแนวทางการเขียนจดหมายชี้แจง (Explanation Letter) ที่ใช้ภาษากฎหมายที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ เราช่วยเตรียมเอกสารประกอบที่ต้องขอจากศาล และช่วยแปลเอกสารทางกฎหมาย (Translation Services) เพื่อให้สถานทูตมองเห็นบริบทที่แท้จริงของการกระทำผิดและเห็นถึงการปรับปรุงตัวของคุณ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

10. คำถามที่พบบ่อยเรื่องผลตรวจประวัติ (FAQ)

Q: คดีเมาแล้วขับ โดนรอลงอาญา ขอวีซ่าทำงานได้ไหม? A: ส่วนใหญ่ได้ครับ แต่ต้องแนบใบแปลคำพิพากษาและจดหมายอธิบายไปพร้อมกัน Q: คดีจบไป 20 ปีแล้ว ทำไมยังขึ้นในระบบ? A: ระบบตำรวจไทยเก็บข้อมูลถาวร ยกเว้นจะมีการทำเรื่องล้างประวัติตามเงื่อนไขกฎหมาย Q: ถ้าถูกปฏิเสธวีซ่าเพราะประวัติอาชญากรรม ยื่นใหม่ได้ไหม? A: ยื่นได้ แต่การยื่นครั้งใหม่ต้องมีหลักฐานหักล้างที่หนักแน่นกว่าเดิม Q: บริษัทในไทยเช็คประวัติละเอียดเท่าสถานทูตไหม? A: ปกติบริษัทใน บางพลี บางบัวทอง หรือ พระนคร จะเช็คแค่ว่ามีคดีร้ายแรงเกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่เท่านั้น

ผลออกมา "พบประวัติ" ใช่ไหม?

ไม่ต้องเครียด! คดีเก่า คดีเมาแล้วขับ หรือคดีรอลงอาญา สามารถขอวีซ่าผ่านได้ หากมีเอกสารชี้แจงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปรึกษาทนายความของเราเพื่อประเมินโอกาสฟรี

11. ความแตกต่างระหว่างไม่พบกับพบประวัติ (Key Differences)

ความแตกต่างหลักไม่ใช่แค่ตัวอักษรบนกระดาษ แต่คือ 'ภาระในการพิสูจน์ตนเอง' หากผลออกมา 'ไม่พบประวัติ' คุณสามารถแนบเอกสารนั้นยื่นขอวีซ่าหรือสมัครงานได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม เป็นทางด่วน (Fast Track) สู่การอนุมัติ แต่หากผลออกมา 'พบประวัติ' คุณต้องเข้าสู่กระบวนการที่ยาวนานขึ้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการคัดเอกสารศาล ค่าแปลเอกสาร (800-2,500 บาท) และอาจต้องจ้างทนายร่างคำชี้แจง นอกจากนี้ ระยะเวลาพิจารณาวีซ่าอาจถูกยืดออกไปจาก 1 เดือนเป็น 3-6 เดือน เนื่องจากสถานทูตต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานด้านความมั่นคงพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

12. การอ่านใบตรวจประวัติให้ถูกต้อง (Document Reading Guide)

การอ่านใบรับรองความประพฤติที่ออกโดย สตช. ต้องดูจุดสำคัญ 3 จุด: 1. ข้อมูลส่วนบุคคล (ชื่อ นามสกุล เลขบัตร) ต้องสะกดถูกต้องตามพาสปอร์ตทุกตัวอักษร 2. ข้อความสรุป (Conclusion) ซึ่งจะระบุชัดเจนว่า 'ไม่พบประวัติ' หรือ 'พบประวัติ' และ 3. สำหรับกรณีพบประวัติ ให้ดูที่ตารางด้านล่างซึ่งจะระบุ 'ข้อกล่าวหา' (Charge) และ 'ผลคดี' (Case Result) หากผลคดีระบุว่า 'ศาลยกฟ้อง' (Dismissed) หรือ 'พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง' นั่นเป็นประโยชน์ต่อคุณมาก แต่ถ้าหากบรรทัดผลคดีเว้นว่างไว้ แปลว่าระบบยังไม่อัปเดต คุณต้องไปคัดผลศาลมายืนยันเอง

13. ผลไม่พบประวัติ ใช้ได้นานแค่ไหน (Validity Period)

แม้ผลจะออกมายอดเยี่ยมว่าไม่พบประวัติอาชญากรรม แต่เอกสารฉบับนี้มี 'อายุการใช้งาน' (Expiry Date) โดยทั่วไปสถานทูตและหน่วยงานในต่างประเทศ เช่น ในออสเตรเลีย (ACT, NT) หรือในทวีปยุโรป จะยอมรับใบตรวจประวัติที่ออกให้ไม่เกิน 3 ถึง 6 เดือนนับจากวันที่ประทับตรายางบนเอกสาร หากคุณขอใบประวัติมาเก็บไว้แต่ยังไม่ยื่นวีซ่าจนเลยเวลาที่กำหนด คุณจำเป็นต้องทำเรื่องขอใหม่ทั้งหมด (Reapplication timeline) ดังนั้น การวางแผนขอเอกสารให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาที่จะยื่นขอวีซ่าหรือยื่นใบสมัครงานจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด

14. ผลพบประวัติ สามารถแก้ไขได้ไหม (Correction Options)

การ 'ล้างประวัติอาชญากรรม' หรือทำให้ผลกลับมาขาวสะอาด เป็นเรื่องที่ทำได้ในบางกรณีตามระเบียบใหม่ของ สตช. เช่น คดีที่คุณเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยแต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลยกฟ้อง คดีเหล่านี้จะถูกคัดแยกออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรทั่วไป แต่สำหรับคดีที่ศาลตัดสินว่าผิดจริงและคุณรับโทษเสร็จสิ้นแล้ว การล้างประวัติ (Expungement) แบบลบหายไปเลยนั้นทำได้ยากมากในระบบกฎหมายไทย ข้อมูลจะยังคงอยู่เพื่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่การนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะหรือนายจ้างทั่วไปจะถูกจำกัดมากขึ้นตาม พ.ร.บ. ขุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

15. การเตรียมเอกสารชี้แจงเมื่อพบประวัติ (Clarification Docs)

หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ใบที่พบประวัติ นี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียม: 1. สำเนาคำพิพากษาศาล (Court Verdict) ที่แสดงว่าคดีถึงที่สุดแล้ว 2. ใบเสร็จค่าปรับหรือเอกสารยืนยันการพ้นโทษ 3. จดหมายอธิบายส่วนตัวที่เขียนอย่างจริงใจ ระบุถึงความสำนึกผิดและบทเรียนที่ได้รับ 4. จดหมายรับรองความประพฤติจากบุคคลที่น่าเชื่อถือ (Character References) เช่น นายจ้างปัจจุบัน ผู้นำชุมชนใน บางขุนเทียน บางคอแหลม หรือผู้บังคับบัญชา เอกสารทั้งหมดนี้ต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่น และรับรองความถูกต้องก่อนนำไปยื่นประกอบการพิจารณาวีซ่า

16. ประวัติเก่าที่สิ้นสุดแล้ว ยังปรากฏไหม (Old Cases Status)

คนไทยหลายคนใน บางมด บางบอน หรือ บางแค มักมีคำถามว่า 'คดีตั้งแต่สมัยวัยรุ่น 20 ปีที่แล้ว ยังจะเจอไหม?' คำตอบคือ ในฐานข้อมูลของตำรวจ (Database) ข้อมูลเหล่านั้นยังคงถูกเก็บรักษาไว้ แต่ในการออกใบ Police Clearance เพื่อนำไปใช้ต่างประเทศ สตช. มีเกณฑ์ในการคัดกรอง หากเป็นคดีลหุโทษที่จบไปนานแล้ว อาจจะไม่มีการระบุลงในใบรับรอง แต่ถ้าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ความมั่นคง หรือคดีอุกฉกรรจ์ ไม่ว่าจะผ่านไป 10 หรือ 30 ปี ประวัติเหล่านี้ก็จะยังคงปรากฏหราอยู่บนแผ่นกระดาษเพื่อแจ้งให้สถานทูตปลายทางทราบเสมอ

17. การนำเอกสารไปยื่นต่างประเทศ (International Use)

ไม่ว่าผลจะออกมารูปแบบใด การนำใบ Police Clearance ของไทยไปใช้ในต่างประเทศต้องผ่านกระบวนการรับรอง (Certification Needs) ขั้นแรก เอกสารที่เป็นภาษาไทย (บางส่วน) ต้องถูกนำไปแปล (Translation to English: 500-1,200 บาท) จากนั้นต้องนำไปประทับตรารับรองเอกสาร (Apostille: 200-800 บาท ต่อชุด) หรือผ่านกระบวนการรับรองกงสุล (Consular service: 2,500-5,000 บาท ต่อคน) และรับรองสถานทูต (Embassy service: 1,800-2,600 บาท ต่อชุด) ตามลำดับ เพื่อให้ประเทศปลายทางมั่นใจว่าเอกสารฉบับนี้เป็นของแท้ที่ออกโดยรัฐบาลไทยและไม่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมาเอง

18. ผลตรวจประวัติกับการสมัครงาน (Employment Implications)

สำหรับบริษัทในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตธุรกิจอย่าง สาธร วัฒนา หรือหัวเมืองใหญ่เช่น เชียงราย นครศรีธรรมราช การตรวจสอบประวัติพนักงานใหม่ (Pre-employment background check) ถือเป็นมาตรฐาน หากผลพบประวัติ นายจ้างจะพิจารณา 'ความสอดคล้อง' (Relevance) ของคดีกับตำแหน่งงาน เช่น หากคุณสมัครตำแหน่งพนักงานขับรถ แต่มีประวัติเมาแล้วขับหลายครั้ง โอกาสได้งานจะน้อยมาก หรือสมัครตำแหน่งการเงินแต่มีประวัติยักยอกทรัพย์ แต่หากคดีไม่เกี่ยวข้องกับงานและคุณอธิบายได้ดี บริษัทชั้นนำหลายแห่งพร้อมที่จะให้โอกาสครั้งที่สอง (Second Chance)

19. ผลตรวจประวัติกับการยื่นวีซ่า (Visa Implications)

สถานทูตต่างประเทศมีมุมมองต่อการพบประวัติที่แตกต่างกัน เช่น สหรัฐอเมริกา จะเข้มงวดมากกับคดีที่เข้าข่าย Crimes Involving Moral Turpitude (CIMT) เช่น การฉ้อโกงหรือยาเสพติด แม้โทษจะน้อยก็อาจโดนแบนตลอดชีวิต ในขณะที่ ออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ จะใช้วิธีคำนวณระยะเวลาต้องโทษ หากจำคุกไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดและมีความประพฤติดีมาตลอด (Rehabilitation) ก็มีโอกาสผ่านวีซ่า การปรึกษาตัวแทนที่มีประสบการณ์เพื่อประเมินน้ำหนักของผลตรวจประวัติก่อนยื่นวีซ่า จะช่วยประหยัดเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าหลักหมื่นบาทที่อาจเสียเปล่าได้

20. ประสบการณ์ 15 ปี กับการจัดการเอกสารผลประวัติ

NYC Legal and Notary Services Co., Ltd. (ทะเบียน 0435567000061) ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกค้ามานานกว่า 15 ปี เราช่วยเหลือคนไทยกว่าหมื่นราย ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ (ตั้งแต่ พระนคร ถึง บางเขน) และอีก 77 จังหวัด ด้วยคะแนนความพึงพอใจ AggregateRating 4.9 จาก 2,789 รีวิว เราเจอกรณีศึกษามาทุกรูปแบบ ทั้งเคสที่ขาวสะอาดและเคสที่พบประวัติซับซ้อนซ่อนเงื่อน ประสบการณ์ที่ยาวนานทำให้เรารู้วิธีสื่อสารกับหน่วยงานราชการ และรู้วิธีเตรียมเอกสารชี้แจงเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราก้าวข้ามอุปสรรคทางกฎหมายไปได้อย่างราบรื่น

21. ทำไมถึงควรเลือกใช้บริการของเรา

การเดินเรื่องขอใบตรวจประวัติและจัดการเอกสารต่อเนื่องเป็นงานที่ใช้เวลาและต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง การเลือกใช้บริการจากเรา คุณจะได้รับ Professional Expertise จากทีมกฎหมาย (Notary Public: 1,500-8,000 บาท) เราดูแลตั้งแต่การพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน (Domestic 2,000 บาท, International 4,000-8,000 บาท) ไปจนถึงการจัดส่งเอกสารคืนให้ท่านถึงหน้าประตูบ้าน (Domestic shipping: 100 บาท, International shipping: 2,500 บาท) ไม่ว่าคุณจะอยู่ในไทย หรือพำนักอยู่ในต่างประเทศ เราคือผู้ช่วยที่ทำให้กระบวนการอันน่าปวดหัวนี้เป็นเรื่องง่าย

22. บริการหลังได้ผลตรวจประวัติ (Post-Result Services)

บริการของเราไม่ได้จบแค่การส่งมอบใบประวัติอาชญากรรมให้คุณ เมื่อผลออก ไม่ว่าจะ 'พบประวัติ' หรือ 'ไม่พบประวัติ' เรามี Post-result services คอยซัพพอร์ต หากผลคลีน เรามีบริการแปลเอกสารและนำไปยื่นประทับตรารับรองกงสุลให้ครบชุดพร้อมยื่นวีซ่า (Embassy submission: 5,000-12,000 บาท) หากผลพบประวัติ เรามีทนายคอยให้คำปรึกษา แนะนำการขอคัดคำพิพากษา และร่างจดหมายอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้ เราคือศูนย์รวมบริการด้านกฎหมายและเอกสารวีซ่าที่ครบวงจรที่สุด เพื่อให้คุณก้าวสู่ขั้นตอนต่อไปได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย

23. ติดต่อเพื่อรับคำแนะนำเรื่องผลประวัติของคุณ

อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องคดีเก่าในอดีตมาขัดขวางอนาคตของคุณ ไม่ว่าผลประวัติของคุณจะออกมาเป็นเช่นไร ทีมงาน NYC Legal พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสถานการณ์ให้ฟรี! คุณสามารถติดต่อเราได้ทันที ไม่มีฟอร์มให้กรอกวุ่นวาย โทรสายด่วนหาเราที่ 083-249-4999 (Call Center) หรือแอด Line OA: @NYCLI เพื่อส่งรูปเอกสารให้ประเมินเบื้องต้น หรืออีเมลมาที่ contact@nyclegal.co.th สำนักงานใหญ่ของเราตั้งอยู่ที่ 61 ซอย ลาดพร้าว 95 กรุงเทพมหานคร 10310 เปิดให้บริการและตอบคำถามอย่างรวดเร็วในเวลาทำการ ให้เราเป็นผู้ช่วยคลายความกังวลของคุณ

24. สรุปและขั้นตอนถัดไป (Summary & Action Steps)

ผลใบตรวจประวัติอาชญากรรม ไม่ว่าจะ 'ไม่พบประวัติ' (ทางสะดวก) หรือ 'พบประวัติ' (ทางวิบากเล็กน้อย) ล้วนมีทางออกและวิธีจัดการที่เหมาะสม หากคุณกำลังเตรียมตัวสมัครงานใหม่ ขอวีซ่าเรียนต่อ หรือย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับคู่สมรสในต่างประเทศ การเตรียมตัวให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่สุด ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล แปลและรับรองเอกสารให้ได้มาตรฐานสากล และหากมีข้อสงสัยใดๆ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อ NYC Legal วันนี้ เพื่อเริ่มวางแผนการจัดการเอกสารของคุณอย่างเป็นระบบและปลอดภัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โดยปกติ ศูนย์ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สตช. จะออกเอกสารเป็น 'ภาษาอังกฤษ' สำหรับผู้ที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศ (เช่น ขอวีซ่า) แต่สำหรับผู้ที่ขอเพื่อสมัครงานในประเทศ เอกสารอาจออกเป็นภาษาไทยครับ

หากมีการพิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบข้อกล่าวหา ประวัติจะถูกบันทึกในระบบครับ แต่ในแง่ของการขอวีซ่า คดีเมาแล้วขับที่ไม่มีผู้บาดเจ็บและจบไปนานแล้ว มักจะไม่เป็นเหตุให้ถูกปฏิเสธวีซ่าถาวร แต่คุณต้องยื่นเอกสารชี้แจงประกอบด้วย

กรณีนี้เกิดขึ้นได้ หากคุณมั่นใจว่าไม่เคยทำผิด คุณต้องไปติดต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ หรือนำหลักฐานยืนยันตัวตนไปร้องขอให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรทำการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

เอกสารไม่มีวันหมดอายุระบุในตัวมันเอง แต่หน่วยงานปลายทาง (เช่น สถานทูต หรือนายจ้าง) มักจะกำหนดว่าต้องใช้เอกสารที่ออกใหม่ไม่เกิน 3-6 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารครับ
ปรึกษาผลประวัติฟรี

หากคุณไม่แน่ใจว่าผลประวัติอาชญากรรมของคุณจะส่งผลต่อการขอวีซ่าหรือสมัครงานหรือไม่ ส่งรูปเอกสารมาให้ผู้เชี่ยวชาญของเราประเมินได้ทันที ไม่มีค่าใช้จ่าย

ค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
  • ขอใบประวัติ (ไทย) 2,000 ฿
  • ขอใบประวัติ (ตปท.) 4,000-8,000 ฿
  • แปลคำพิพากษา (อังกฤษ) 500-1,200 ฿
  • แปลภาษาอื่นๆ 800-2,500 ฿
  • รับรอง Notary Public 1,500-8,000 ฿
  • Apostille (ต่อชุด) 200-800 ฿
  • รับรองกงสุล 2,500-5,000 ฿

มั่นใจ 100% กับ NYC Legal

  • รักษาความลับ (PDPA): ข้อมูลคดีและประวัติของคุณจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม
  • ถูกกฎหมาย: ทะเบียนนิติบุคคล 0435567000061 ดำเนินการตามมาตรฐานสากล