ใบตรวจประวัติอาชญากรรมสำหรับ
คนไทยที่จะแต่งงานกับชาวต่างชาติทุกสิ่งที่ต้องรู้ตั้งแต่ จดทะเบียนสมรส จนถึงการยื่นขอ วีซ่าติดตาม
ไม่ว่าคนรักของคุณจะมาจาก ออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกา ยุโรป หรือตะวันออกกลาง เราจัดการเอกสารให้คุณแบบ One-Stop Service จากไทยส่งตรงถึงสถานทูต
เช็กเงื่อนไขแต่งงานตามประเทศปลายทาง
ออสเตรเลีย (Australia)
ต้องใช้ CNI จากสถานทูตออสซี่ แปลแบบ NAATI และตรวจประวัติอาชญากรรมเพื่อขอ Partner Visa
1. ทำไมการแต่งงานกับชาวต่างชาติถึงต้องใช้ใบตรวจประวัติ
การสมรสข้ามชาติ (International Marriage) มีความซับซ้อนทางกฎหมายมากกว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยด้วยกันเอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอำนาจศาล (Jurisdictions) หลายประเทศ ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร เช่น เขตวัฒนา คลองเตย ราชเทวี ปทุมวัน หรือต่างจังหวัดอย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น และ นครราชสีมา หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางจำเป็นต้องตรวจสอบภูมิหลังของคู่สมรสชาวไทยอย่างละเอียด ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) จึงเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในการยืนยันว่าคุณไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติพวกเขา การรับรองทางกฎหมายข้ามพรมแดนนี้ช่วยป้องกันการค้ามนุษย์ การแต่งงานปลอมเพื่อหวังผลทางวีซ่า และเป็นข้อบังคับสากลที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
2. ใบตรวจประวัติต้องการเมื่อไหร่ในกระบวนการแต่งงาน
กระบวนการ (Marriage Registration Timeline) แบ่งออกเป็นหลายระยะ คุณอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ใบตำรวจในขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอในประเทศไทย แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการขอวีซ่าติดตามคู่สมรส (Spouse Visa) หรือวีซ่าคู่หมั้น (Fiancé Visa) เอกสารนี้จะกลายเป็นสิ่งบังคับทันที ไม่ว่าคุณจะยื่นคำร้องจาก ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี เชียงราย หรือ นครศรีธรรมราช โดยทั่วไป แนะนำให้เริ่มขอใบรับรองความประพฤติล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือนก่อนยื่นวีซ่า เพื่อเผื่อเวลาสำหรับการนำเอกสารไปแปลภาษาและผ่านกระบวนการรับรองเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ (Legalization) ซึ่งเป็นใบเบิกทางสำคัญสู่การขอถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency Pathways) ในอนาคต
3. สำหรับคนไทยที่จะแต่งงานกับชาวออสเตรเลีย
การเตรียมตัวเพื่อย้ายไปอยู่กับคนรักที่ออสเตรเลีย ครอบคลุมทุกรัฐไม่ว่าจะเป็น New South Wales (NSW), Victoria (VIC), Queensland (QLD), Western Australia (WA), South Australia (SA), Tasmania (TAS), Australian Capital Territory (ACT), หรือ Northern Territory (NT) คุณจะต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่เข้มงวดของ Department of Home Affairs สำหรับ Partner Visa (Subclass 309/100 หรือ 820/801) หากคุณจดทะเบียนในไทย ฝ่ายชายชาวออสซี่ต้องไปขอใบรับรองความเป็นโสด (Certificate of No Impediment - CNI) จากสถานทูตออสเตรเลีย จากนั้นนำมาแปลและรับรอง สำหรับคนไทย ต้องเตรียม National Police Check ซึ่งเอกสารทั้งหมดรวมถึงใบประวัติจะต้องถูกแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) เท่านั้น
4. สำหรับคนไทยที่จะแต่งงานกับชาวอังกฤษ (UK)
กฎหมายของสหราชอาณาจักร (UK) มีระเบียบเฉพาะตัว สำหรับชาวอังกฤษที่ต้องการจดทะเบียนสมรสในไทย ต้องดำเนินการผ่าน General Register Office และสถานทูตอังกฤษเพื่อขอ Affirmation of Marital Status เมื่อจดทะเบียนเสร็จสิ้นและต้องการยื่นขอ UK Family Visa (Spouse Visa) คู่สมรสชาวไทยต้องแสดงใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Police Certificate) ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับการทดสอบระดับภาษาอังกฤษ (IELTS Life Skills) และบางกรณีต้องนำเอกสารไปประทับตรา FCDO Apostille (สำหรับฝั่งอังกฤษ) หรือ Legalization (สำหรับฝั่งไทย) ความแม่นยำในการเตรียมเอกสารเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อการอนุมัติวีซ่าให้คุณเดินทางไปพำนักในลอนดอน แมนเชสเตอร์ หรือเมืองอื่นๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย
5. สำหรับคนไทยที่จะแต่งงานกับชาวอเมริกัน (USA)
เส้นทางความรักสู่สหรัฐอเมริกามักเกี่ยวข้องกับ K-1 Fiancé Visa (วีซ่าคู่หมั้น) หรือ CR-1/IR-1 Immigrant Visa (วีซ่าคู่สมรส) ชาวอเมริกันต้องทำหนังสือสาบานตนความเป็นโสด (Affidavit of Single Status) ที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย (เช่น ในเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ) หรือสถานกงสุลที่เชียงใหม่ จากนั้นนำไปแปลและรับรองที่กรมการกงสุล สำหรับฝ่ายไทย การขอใบตำรวจจากศูนย์ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไฟลต์บังคับที่ขาดไม่ได้ กระบวนการทั้งหมดต้องดำเนินผ่าน National Visa Center (NVC) และการสัมภาษณ์ที่สถานทูต เอกสารทุกชิ้นรวมถึงประวัติอาชญากรรมต้องมีความสมบูรณ์ ไร้รอยด่างพร้อย และแปลอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ USCIS
6. สำหรับคนไทยที่จะแต่งงานกับชาวเยอรมันและยุโรป
ประเทศในกลุ่มเชงเก้นยุโรป เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเนเธอร์แลนด์ มีระบบกฎหมายแพ่งที่เข้มงวด การจดทะเบียนกับชาวเยอรมันต้องใช้ใบรับรองความสามารถในการสมรส (Ehefähigkeitszeugnis) ซึ่งต้องใช้เอกสารของฝ่ายไทย (เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบรับรองโสด) ที่ผ่านการแปลโดยนักแปลที่สถานทูตเยอรมนีรับรอง (Sworn Translators) และต้องผ่านการรับรองเอกสารแบบ Apostille หรือ Legalization ตามแต่ละประเทศกำหนด เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว การยื่นขอ Spouse Visa จะต้องแนบใบรับรองความประพฤติที่แปลเป็นภาษาของประเทศนั้นๆ (เช่น ภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส) ซึ่งกระบวนการนี้ต้องการผู้เชี่ยวชาญในการประสานงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน
7. สำหรับคนไทยที่จะแต่งงานกับชาวตะวันออกกลาง
การสมรสกับชาวตะวันออกกลาง เช่น UAE (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์ หรือคูเวต มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเนื่องจากข้อบังคับทางศาสนา (Islamic Law) และกฎระเบียบของรัฐที่เข้มงวดมาก เอกสารทุกชิ้น รวมถึงใบรับรองการเปลี่ยนศาสนา (หากมี) ใบสำคัญการสมรส และใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Police Clearance) ของฝ่ายไทย จะต้องผ่านกระบวนการรับรองหลายขั้นตอน (Super Legalization) ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศของไทย ไปจนถึงสถานทูตของประเทศปลายทางประจำประเทศไทย และบางครั้งต้องแปลเป็นภาษาอาหรับ (Arabic Translation) อย่างเป็นทางการ การเตรียมตัวอย่างรัดกุมคือหัวใจสำคัญในการผ่านกระบวนการอันซับซ้อนนี้
8. แพ็กเกจเอกสารสมรสครบวงจรของเรา (Complete Package)
NYC Legal ให้บริการ 'แพ็กเกจเอกสารสมรสครบวงจร' ที่ออกแบบมาเพื่อลดความปวดหัวให้กับคู่รักต่างสัญชาติ บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย, การจัดเตรียมเอกสารส่วนตัวของฝ่ายไทย (สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ), การดูแลเอกสารของฝ่ายต่างชาติ (พาสปอร์ต หนังสือรับรองความเป็นโสด), การขอใบตรวจประวัติอาชญากรรม (Criminal Record Check), บริการแปลภาษาที่ได้รับการรับรอง (Certified Translation), การนำเอกสารไปประทับตรารับรองกงสุล (Consular Legalization) และการรับรองจากสถานทูต (Embassy Certification) ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าคุณจะอยู่ สัมพันธวงศ์ ดุสิต บางรัก หรือจังหวัดใดๆ ในประเทศไทย
9. Timeline การเตรียมเอกสารสำหรับคู่รักต่างสัญชาติ
การเตรียมตัวล่วงหน้าคือสิ่งที่ดีที่สุด เราแนะนำ '6-Month Preparation Timeline': เดือนที่ 1-2: รวบรวมเอกสารส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายและขอใบรับรองโสดของชาวต่างชาติ, เดือนที่ 3-4: แปลเอกสาร รับรองกงสุล และดำเนินการจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต (เช่น บางรัก หรือ จตุจักร), เดือนที่ 5: ฝ่ายไทยดำเนินการขอใบตรวจประวัติอาชญากรรม (ใช้เวลาดำเนินการปกติ 2-4 สัปดาห์) และจัดทำเอกสารประกอบวีซ่า, เดือนที่ 6: นำเอกสารใบประวัติและใบสมรสไปแปล รับรอง และยื่นขอ Partner/Spouse Visa กับสถานทูต การวางแผนที่ดีย่อมช่วยป้องกันปัญหาเอกสารหมดอายุ (เอกสารหลายชนิดมีอายุเพียง 3-6 เดือน)
10. คำถามที่พบบ่อยสำหรับคู่รักต่างสัญชาติ (FAQ)
Q: ใบประวัติอาชญากรรมมีอายุกี่เดือน? A: โดยทั่วไปมีอายุ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสถานทูตปลายทาง Q: ฝ่ายต่างชาติเคยหย่า ต้องทำอย่างไร? A: ต้องนำใบสำคัญการหย่าตัวจริงมาแปลและรับรองจากสถานทูตของเขาก่อน Q: หากเคยมีคดีเล็กน้อย จะขอวีซ่าแต่งงานผ่านไหม? A: หากศาลตัดสินยุติแล้วหรือเป็นคดีลหุโทษ ส่วนใหญ่สามารถชี้แจงและขอวีซ่าได้ แต่ต้องแปลเอกสารคำพิพากษาแนบไปด้วย Q: อยู่ต่างจังหวัด ไม่สะดวกเข้ากรุงเทพฯ ทำอย่างไร? A: เรามีบริการพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศ 77 จังหวัด และส่งเอกสารมาให้เราจัดการแทนได้ 100%
เช็กลิสต์เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม
คลิกที่ช่องเพื่อทำเครื่องหมายเมื่อคุณเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว (ระบบจะบันทึกชั่วคราว)
11. การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย (ขั้นตอนตามกฎหมาย)
การจดทะเบียนสมรสในไทยเป็นวิธีที่คู่รักต่างชาติหลายคู่เลือกใช้ (Thai Marriage Registration Process) ขั้นตอนเริ่มจากชาวต่างชาติต้องไปสถานทูตของตนในไทยเพื่อทำหนังสือรับรองคุณสมบัติการสมรส จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและให้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศรับรอง เมื่อเอกสารครบ ทั้งคู่พร้อมพยาน 2 คน ต้องไปที่สำนักงานเขต (เขตที่นิยมคือ บางรัก เนื่องจากชื่อเป็นมงคล, หรือ สาทร, ยานนาวา, ห้วยขวาง) เพื่อจดทะเบียน นายทะเบียนจะออกใบสำคัญการสมรส (คร.3) และทะเบียนสมรส (คร.2) ให้ ซึ่งเอกสารทั้งสองนี้คือหัวใจสำคัญที่จะต้องนำไปประกอบกับใบตำรวจในการขอวีซ่า
12. การจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ (Foreign Registration)
หากคู่รักตัดสินใจที่จะบินไปจดทะเบียนสมรสที่ประเทศของฝ่ายชาย/หญิง (เช่น บินไปจดทะเบียนที่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ หรือ สิงคโปร์) ฝ่ายคนไทยจำเป็นต้องเตรียมเอกสารของตนเองจากประเทศไทยไปให้พร้อม ซึ่งได้แก่: ใบรับรองความเป็นโสด (ขอจากที่ว่าการอำเภอ), สูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, และที่ขาดไม่ได้คือ 'ใบรับรองความประพฤติ' (Police Clearance) เอกสารทั้งหมดของคนไทยจะต้องผ่านการแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่น และต้องถูกส่งไปรับรอง Legalization หรือ Apostille อย่างครบถ้วนก่อนนำออกนอกประเทศ
13. Partner Visa และ Spouse Visa (กุญแจสู่การอยู่ร่วมกัน)
การได้มาซึ่งกระดาษใบสมรสเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การต่อสู้ของจริงคือการยื่นขอ Partner Visa หรือ Spouse Visa วีซ่าประเภทนี้ต้องการพิสูจน์ 'ความสัมพันธ์ที่แท้จริง' (Genuine Relationship) นอกเหนือจากหลักฐานรูปถ่าย แชทสนทนา หรือบัญชีธนาคารร่วม สถานทูตจะประเมิน 'ประวัติภูมิหลัง' ของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน หากฝ่ายไทยเคยมีประวัติอาชญากรรม (แม้จะนานมาแล้ว) หรือมีประวัติ overstay เอกสารใบแจ้งโทษจาก สตช. และเอกสารศาลที่เกี่ยวข้อง จะเป็นตัวตัดสินชี้ชะตา การมีที่ปรึกษากฎหมายมืออาชีพคอยดูแลจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของวีซ่าได้อย่างมหาศาล
14. Certificate of No Impediment (CNI) คืออะไร?
Certificate of No Impediment (CNI) หรือหนังสือรับรองความเป็นโสด เป็นเอกสารทางกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลของชาวต่างชาติ (เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลี) เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นไม่มีพันธะสมรสและมีคุณสมบัติตามกฎหมายที่จะแต่งงานได้ เอกสารนี้ไม่สามารถทำลอยๆ ได้ ชาวต่างชาติต้องไปสาบานตนต่อหน้าเจ้าพนักงานกงสุลที่สถานทูตของตนในประเทศไทย เมื่อได้ใบ CNI ภาษาต่างประเทศมาแล้ว จะต้องนำไปแปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ (หรือสำนักงานสาขาอื่นๆ) ก่อนนำไปยื่นที่สำนักงานเขตในไทย
15. Affidavit of Single Status (สำหรับชาวอเมริกันและแคนาดา)
คล้ายคลึงกับ CNI แต่ใช้คำศัพท์ต่างกัน พลเมืองสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะต้องทำหนังสือปฏิญาณตน (Affidavit of Single Status) โดยต้องนัดหมาย (Book an appointment) ล่วงหน้ากับสถานทูตสหรัฐฯ (เช่น เขตดินแดง) หรือสถานทูตแคนาดา เจ้าหน้าที่จะให้ปฏิญาณตนและประทับตรา Notary ของสถานทูต เอกสารนี้มีความสำคัญทางกฎหมายสูงสุด หากให้การเท็จจะมีความผิดฐานให้การเท็จต่อหน้าเจ้าพนักงาน (Perjury) การแปลเอกสารฉบับนี้ต้องแม่นยำทุกตัวอักษร เพื่อให้กรมการกงสุลไทยยอมรับและสามารถนำไปใช้จดทะเบียนสมรสต่อได้
16. การแปลเอกสารสมรส (Certified Translation Standards)
บริการแปลเอกสารไม่ใช่แค่การเปลี่ยนภาษา แต่คือการแปลงความหมายทางกฎหมายให้สอดคล้องกัน (Legal Translation) เราให้บริการแปลภาษาอังกฤษในราคา 500-1,200 บาท และภาษาอื่นๆ เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อาหรับ ญี่ปุ่น 800-2,500 บาท การแปลสูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ และใบประวัติอาชญากรรม ต้องใช้ตราประทับรับรองจากผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน (Certified Translator) หรือ Notary Public (1,500-8,000 บาท) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระดับสากล ไม่ว่าคุณจะอาศัยใน ลาดพร้าว สายไหม บางกะปิ หรือ ประเวศ เรามีบริการรับส่งเอกสารแปลถึงหน้าบ้านคุณ
17. Apostille และ Legalization (การรับรองเอกสารระหว่างประเทศ)
เพื่อป้องกันเอกสารปลอมแปลง ประเทศต่างๆ จึงมีระบบรับรองเอกสาร หากประเทศปลายทางเป็นสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก (Hague Convention) การรับรองแบบ 'Apostille' (ราคา 200-800 บาท ต่อชุด) ก็เพียงพอ ซึ่งรวดเร็วและใช้เวลาสั้น แต่สำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก (เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เวียดนาม) เอกสารจะต้องผ่านการ 'Legalization' แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งต้องให้กรมการกงสุลไทยรับรองก่อน แล้วส่งไปให้สถานทูตของประเทศนั้นๆ ประจำประเทศไทยรับรองทับอีกชั้น (Embassy service: 1,800-2,600 บาท ต่อชุด) เป็นขั้นตอนที่อาศัยความชำนาญสูง
18. เอกสารส่วนตัวที่ต้องเตรียม (ฝ่ายคนไทย)
เพื่อให้กระบวนการสมรสและการขอประวัติอาชญากรรมราบรื่น ฝ่ายไทยต้องเตรียมเอกสารดังนี้: 1. บัตรประจำตัวประชาชน (ต้นฉบับและสำเนา) 2. ทะเบียนบ้าน 3. สูติบัตร 4. หนังสือเดินทาง (Passport) 5. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี - ต้องเตรียมทุกใบที่เคยเปลี่ยน) 6. ใบรับรองความเป็นโสด (ขอจากที่ว่าการอำเภอ) 7. ใบสำคัญการหย่า (ถ้าเคยสมรสมาก่อน) เอกสารทุกชิ้นต้องมีสภาพสมบูรณ์ ไม่ฉีกขาด หากเอกสารสูญหาย ต้องรีบไปคัดสำเนาใหม่ที่ที่ว่าการอำเภอในเขตพื้นที่ของคุณ เช่น สวนหลวง ลาดกระบัง คันนายาว หรือจังหวัดบ้านเกิด
19. การจัดการเอกสารของฝ่ายต่างชาติ (Foreign Partner Docs)
ในส่วนของฝ่ายคู่สมรสชาวต่างชาติ เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนในไทยและยื่นวีซ่า ได้แก่: 1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน 2. หน้าวีซ่าหรือตราประทับเข้าเมืองไทยที่ยังไม่หมดอายุ 3. หนังสือรับรองเงินเดือนหรือหลักฐานการทำงาน (บางเขตในไทยเรียกดูเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์) 4. ใบ CNI หรือ Affidavit of Single Status 5. เอกสารรับรองการหย่า หรือใบมรณะบัตรของอดีตคู่สมรส (กรณีเคยแต่งงาน) ทีมงานของเราสามารถช่วยประสานงาน แนะนำ และนัดหมายสถานทูตแทนคู่รักของคุณได้อย่างไร้รอยต่อ
20. ประสบการณ์ 15 ปี กับเคสแต่งงานข้ามชาติ
NYC Legal and Notary Services (Registration: 0435567000061) ได้อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของคู่รักต่างสัญชาติมานานกว่า 15 ปี เราช่วยเหลือคนไทยตั้งแต่สาวเหนือใน เชียงใหม่ สาวอีสานใน ขอนแก่น อุดรธานี ไปจนถึงหนุ่มใต้ใน สงขลา ภูเก็ต ให้ได้ไปใช้ชีวิตคู่กับคนรักใน Australia, UK, USA และ Europe อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยเรตติ้งระดับ AggregateRating 4.9 ดาว จากลูกค้านับพันราย เราเคยจัดการเคสที่ซับซ้อน เช่น ฝ่ายต่างชาติไม่มีเวลาอยู่ในไทยนาน หรือฝ่ายไทยมีประวัติเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง เราหาทางออกและเดินเอกสารแทนให้เสร็จสรรพ
21. ทำไมถึงควรเลือก NYC Legal เป็นผู้ช่วยของคุณ
การเตรียมเอกสารสมรสและวีซ่าเปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ หากแปลเอกสารผิดเพียงหนึ่งคำ หรือข้ามขั้นตอนการรับรองกงสุลไป อาจทำให้วีซ่าถูกปฏิเสธและเสียเวลาไปอีกหลายเดือน ทำไมต้องเสี่ยง? เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญ (Professional Experts) คอยประกบดูแลเคสของคุณแบบ 1-on-1 เราตรวจสอบเอกสารทุกชิ้น (Document Assessment) รับรองความถูกต้องของการแปล และมีทีมเดินเอกสารไปยังศูนย์ตำรวจ กรมการกงสุล และสถานทูตต่างๆ (Embassy submission: 5,000-12,000 บาท) คุณและคู่รักจึงสามารถเอาเวลาไปโฟกัสกับการจัดงานแต่งงานหรือฮันนีมูนได้อย่างเต็มที่
22. บริการครบวงจรของเรา (Full Service Package)
ลืมการต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างหน่วยงานราชการใน กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางรถติดและอากาศร้อน บริการของเราออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุด: จัดพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อขอประวัติ (Domestic 2,000 บาท, International 4,000-8,000 บาท), แปลเอกสารทุกภาษา, รับรองทนาย (Notary), ยื่นกระทรวงต่างประเทศ, และยื่นสถานทูตปลายทาง หากคุณอยู่ต่างจังหวัด เรามีสาขาที่ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย คอยให้บริการ หรือสามารถจัดส่งเอกสารผ่านไปรษณีย์ (Domestic shipping 100 บาท, International shipping DHL 2,500 บาท) ปลอดภัย 100%
23. ติดต่อเพื่อรับคำแนะนำฟรี (Free Consultation)
ทุกความรักมีเงื่อนไขของตัวเอง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเอกสารของคุณและคู่รักได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ เราไม่มีฟอร์มกรอกข้อมูลยาวๆ ให้วุ่นวาย คุณสามารถต่อสายตรงหาเราได้ที่เบอร์ Phone: 083-249-4999 หรือทักแชทสอบถามรายละเอียดพร้อมส่งรูปเอกสารให้เราประเมินเบื้องต้นได้ที่ Line OA: @NYCLI หรือส่งอีเมลมาที่ Email: contact@nyclegal.co.th สำนักงานใหญ่ของเราตั้งอยู่ที่ 61 ซอย ลาดพร้าว 95 กรุงเทพมหานคร 10310 เปิดให้บริการและตอบคำถามอย่างรวดเร็วในเวลาทำการ ให้เราช่วยเป็นสะพานเชื่อมความรักข้ามพรมแดนของคุณ
24. สรุปและขั้นตอนถัดไป (Summary & Action Steps)
เส้นทางสู่การสมรสข้ามชาติและการย้ายถิ่นฐานอาจดูซับซ้อน แต่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ด้วยขั้นตอนเหล่านี้: 1. ปรึกษาเราเพื่อเช็คลิสต์เอกสารของทั้งสองฝ่าย 2. ดำเนินการขอใบรับรองโสดจากสถานทูตต่างชาติ 3. แปลและรับรองเอกสารเตรียมจดทะเบียน 4. จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ 5. ฝ่ายไทยดำเนินการขอใบตรวจประวัติอาชญากรรม 6. นำเอกสารทั้งหมดไปแปล รับรอง และยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรส (Spouse Visa) เริ่มต้นก้าวแรกอย่างมั่นคงไปกับ NYC Legal ติดต่อเราผ่าน Line หรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อเริ่มต้นวางแผน Timeline ความรักของคุณวันนี้!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เสียงจากคู่รักที่เราดูแล
"แฟนเป็นคนอังกฤษ ขั้นตอนยุ่งยากมาก ต้องทำ FCDO Apostille ด้วย โชคดีที่ได้ NYC Legal ช่วยเดินเรื่องให้ทั้งหมด ทั้งขอใบรับรองโสด แปลเอกสาร จนถึงขอ Police Clearance วีซ่าผ่านแล้วค่ะ กำลังจะบินเดือนหน้า!"
- คุณนภัสสร, ลูกค้าจากภูเก็ต
"แต่งงานกับออสซี่ เอกสารแปลต้องเป็น NAATI เท่านั้น ทางบริษัทจัดหาให้ครบวงจรเลยครับ ไม่ต้องวิ่งหาที่แปลเอง แถมประเมินราคาให้ก่อน โปร่งใสมากๆ แนะนำเลยครับสำหรับคนไทยที่ขี้เกียจปวดหัวกับเอกสาร"
- คุณวิทยา, ลูกค้าจากขอนแก่น
ประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด ป้องกันวีซ่าถูกปฏิเสธ ปรึกษาทนายและผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าของเราได้ฟรี! ส่งรูปเอกสารมาประเมินทางไลน์ได้เลย
เฉลี่ย 800 ฿ / หน้า
เฉลี่ย 2,500 ฿ / ฉบับ
*นี่คือราคาประมาณการเบื้องต้น โปรดส่งเอกสารให้ทีมงานประเมินราคาจริง
- ตรวจประวัติ (ไทย) 2,000 ฿
- ตรวจประวัติ (ตปท.) 4,000-8,000 ฿
- รับรอง Notary Public 1,500-8,000 ฿
- แปลอังกฤษ 500-1,200 ฿
- แปลภาษาอื่นๆ 800-2,500 ฿
- Apostille (ต่อชุด) 200-800 ฿
- รับรองกงสุล 2,500-5,000 ฿
- ยื่นสถานทูต 5,000-12,000 ฿