หน้าแรก
บริการจดทะเบียนสมรสข้ามชาติ (International Marriage Registration)

บริการให้คำปรึกษาและจัดเตรียมเอกสาร จดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ

ดูแลครบวงจรตั้งแต่การขอหนังสือรับรองความโสด แปลเอกสาร รับรองกงสุล (MFA) และพาจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต ดำเนินการได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ ครบทุกสัญชาติ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี

รองรับคู่สมรสทุกสัญชาติ
ถูกต้องตามกฎหมาย 100%
บริการ One-Stop Service

การจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ มีความซับซ้อนอย่างไร?

การสมรสข้ามชาติ (International Marriage Registration) ไม่ใช่แค่การเดินเข้าไปที่สำนักงานเขตแล้วเซ็นชื่อ แต่เป็นการผสาน ระบบกฎหมายของสองประเทศ (Two-country laws) เข้าด้วยกัน ความท้าทายหลักอยู่ที่การพิสูจน์สถานภาพบุคคลของชาวต่างชาติ ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีพันธะสมรสซ้อน ซึ่งเอกสารทุกชิ้นที่ออกจากต่างประเทศจะไม่มีผลทางกฎหมายในไทยจนกว่าจะผ่านกระบวนการรับรอง

ขั้นตอนเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การประสานงานกับสถานทูต (Embassy procedures) การแปลเอกสารทางกฎหมายอย่างแม่นยำ (Document translation) และการประทับตรานิติกรณ์จากกรมการกงสุล (MFA Legalization) การดำเนินการด้วยตนเองโดยขาดความเข้าใจมักนำไปสู่ข้อผิดพลาด (Consequences of mistakes) เช่น เอกสารหมดอายุ แปลผิดความหมาย หรือถูกปฏิเสธจากนายทะเบียน ซึ่งทำให้สูญเสียทั้งเงินและเวลาอันมีค่า

ด้วยประสบการณ์กว่า 15+ ปี (15+ years experience) ของเรา เราเข้าใจความแตกต่างของกฎหมายในทุกสัญชาติ (All nationalities coverage) ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย หรือเอเชีย เราช่วยจัดการความยุ่งยากทั้งหมดนี้ให้กลายเป็นเรื่องง่ายและราบรื่นที่สุด

ข้อขัดแย้งทางกฎหมาย

ต้องปฏิบัติตามทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย และกฎหมายครอบครัวของประเทศคู่สมรส

มาตรฐานการแปล

คำศัพท์ทางกฎหมายต้องแม่นยำ 100% หากแปลผิดเพี้ยน กรมการกงสุลจะตีกลับเอกสารทันที

ความเข้มงวดของระบบราชการ

การเดินเรื่องผ่านหลายหน่วยงาน (สถานทูต ➔ นักแปล ➔ กรมการกงสุล ➔ สำนักงานเขต) ต้องเรียงลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้อง หากข้ามขั้นตอนจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

ทางเลือกในการจดทะเบียนสมรส (Registration Options)

คู่สมรสสามารถเลือกสถานที่ในการจดทะเบียนได้ตามความสะดวกและแผนการในอนาคต โดยมี 3 ทางเลือกหลักที่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน

1. จดทะเบียนในประเทศไทย

ดำเนินการที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในประเทศไทย (Register in Thailand) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับคู่รักที่พักอาศัยอยู่ในไทย

ข้อดี: ขั้นตอนชัดเจน ค่าใช้จ่ายในไทยถูกกว่า ฝ่ายไทยสะดวกในการเตรียมเอกสาร
ข้อพิจารณา: ฝ่ายต่างชาติต้องเดินทางมาไทยและต้องขอใบรับรองโสดจากสถานทูต

2. จดทะเบียนในต่างประเทศ

เดินทางไปจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายของประเทศคู่สมรสชาวต่างชาติ (Register abroad) เหมาะสำหรับผู้ที่มีวีซ่าเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว

ข้อดี: ฝ่ายต่างชาติจัดการเอกสารได้ง่ายกว่า สะดวกหากวางแผนจะพำนักที่นั่นทันที
ข้อพิจารณา: ฝ่ายไทยต้องแปลเอกสารและรับรอง (Apostille/Legalization) จากไทยไปแสดงทั้งหมด
Recommended

3. บันทึกฐานะแห่งครอบครัว (ทั้ง 2 ประเทศ)

เมื่อจดทะเบียนสมรสที่ประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว ต้องนำใบสมรสไปบันทึก (Register in both countries) กับอีกประเทศหนึ่ง เพื่อให้สถานะสมรสสมบูรณ์ตามกฎหมายทั้งสองฝั่ง

ข้อดี: ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายทั้งเรื่องทรัพย์สิน มรดก และการขอวีซ่าอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

เอกสารที่ฝ่ายต่างชาติต้องเตรียม
(Required Documents for Foreigners)

1. หนังสือเดินทาง (Passport)

ตัวจริงพร้อมสำเนา ต้องมีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีตราประทับวีซ่าหรือตราอนุญาตเข้าประเทศไทยที่ยังไม่หมดอายุ

เอกสารสำคัญที่สุด

2. หนังสือรับรองความเป็นโสด

Affidavit of Freedom to Marry หรือ Certificate of No Impediment ออกโดยสถานทูต/กงสุลของตนในประเทศไทยเท่านั้น พร้อมแปลไทยและรับรองกระทรวงต่างประเทศ (MFA)

3. ใบสำคัญการหย่า / ใบมรณบัตร (ถ้ามี)

กรณีเคยสมรสมาก่อน ต้องแสดงเอกสารการหย่า (Divorce Certificate) หรือใบมรณบัตรของอดีตคู่สมรส (Death Certificate) ซึ่งต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ (Embassy certification) อย่างถูกต้อง

4. หนังสือรับรองเงินเดือน / อาชีพ

สถานทูตบางประเทศ (เช่น อังกฤษ อเมริกา) อาจเรียกร้องหลักฐานแสดงรายได้ (Income proof) อาชีพ หรือที่อยู่ เพื่อประกอบการออกหนังสือรับรองความเป็นโสด ระยะเวลาเตรียมเอกสาร (Processing times) ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับสถานทูต

เอกสารที่ฝ่ายไทยต้องเตรียม
(Required Documents for Thai Citizens)

เอกสารของฝ่ายไทยโดยส่วนใหญ่สามารถขอคัดสำเนาได้จากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตใกล้บ้าน (Where to obtain) การเตรียมเอกสารของฝ่ายไทยมักใช้เวลาไม่นาน (Processing times) แต่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของตัวสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกันทุกฉบับ

1. บัตรประจำตัวประชาชน (ID Card)

ตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนา

2. ทะเบียนบ้าน (House Registration)

ตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าที่ปรากฏชื่อผู้ยื่น

3. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

ใบ ช.3, ช.5, ช.2 (Name change documents) หากเคยเปลี่ยนชื่อต้องเตรียมมาให้ครบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน

4. ใบสำคัญการหย่า (ถ้ามี)

กรณีฝ่ายหญิงหย่ามาไม่ถึง 310 วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ (Divorce documents)

💡 คำแนะนำ:

หากมีแผนจะนำใบสมรสไปใช้ขอวีซ่าต่างประเทศ เอกสารภาษาไทยเหล่านี้จะต้องถูกนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่น และรับรองความถูกต้องด้วย

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย

(Marriage Registration Process in Thailand) กระบวนการ 6 ขั้นตอน เพื่อให้การสมรสถูกต้องตามกฎหมายไทย และพร้อมสำหรับการทำวีซ่า

Step 01

ติดต่อสถานทูตต่างชาติในไทย (Embassy Certificate)

ฝ่ายต่างชาติต้องไปแสดงตัวที่สถานทูตของตน เพื่อปฏิญาณตนและขอ 'หนังสือรับรองความเป็นโสด' (Affidavit) พร้อมให้เจ้าหน้าที่กงสุลประทับตรารับรอง

Step 02

การแปลเอกสาร (Document Translation)

นำหนังสือรับรองโสดและพาสปอร์ตไปแปลเป็นภาษาไทย โดยศูนย์แปลที่ได้มาตรฐาน (ค่าแปล 500-1,200 บาท/หน้า ขึ้นอยู่กับภาษา) พร้อมประทับตรารับรองการแปล

Step 03

รับรองนิติกรณ์กระทรวงต่างประเทศ (Consular Certification)

นำเอกสารที่แปลแล้วไปรับรองที่กรมการกงสุล MFA (ค่าธรรมเนียมรัฐ 200-800 บาท, หากใช้บริการยื่นแทน 2,500-5,000 บาท) เพื่อให้นายทะเบียนไทยยอมรับ

Step 04

ยื่นจดทะเบียนที่เขต (Submit to Registration Office)

พยาน 2 คน ล่าม 1 คน และคู่สมรสนำเอกสารที่ผ่านการรับรองทั้งหมด ไปยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ

Step 05

รับใบสำคัญการสมรส (Receive Certificate)

เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบถูกต้อง จะออก 'ใบสำคัญการสมรส' (คร.3) และ 'ทะเบียนสมรส' (คร.2) ให้ ถือว่าการสมรสมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย

Step 06

แปลและรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ (Translate for Foreign Country)

นำ คร.2 และ คร.3 แปลเป็นภาษาต่างประเทศ และรับรองกลับผ่านกรมการกงสุล+สถานทูต เพื่ออัปเดตสถานะในประเทศคู่สมรส หรือใช้ขอวีซ่า

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

(Registration Process Abroad) กรณีที่ฝ่ายไทยต้องการเดินทางไปจดทะเบียนสมรส ณ ประเทศของคู่สมรส ต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างรัดกุม

1

เตรียมเอกสารฝ่ายไทย

ขอคัดใบเกิด ทะเบียนบ้าน ใบโสด (จากอำเภอ) ใบเปลี่ยนชื่อ แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่น (Prepare Thai documents)

2

รับรอง Notary & กงสุล

รับรองโนตารี (Notary certification 1,500-8,000 บาท) และรับรองกงสุลไทยเพื่อยืนยันเอกสารมหาชน

3

สถานทูตต่างประเทศรับรอง

Legalization/Apostille จากสถานทูตปลายทางในไทย (ค่าธรรมเนียม 1,800-2,600 บ. + ค่าบริการ 5,000-12,000 บ.)

4

บินไปจดทะเบียน

นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นจดทะเบียนสมรส (Register abroad) ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ รอรับ Marriage Certificate

5

บันทึกฐานะครอบครัว

นำใบสมรสต่างชาติแปลกลับ รับรองสถานทูต แล้วนำมาบันทึกที่เขตในไทย (Register in Thailand) คร.22

บริการพิเศษแยกตามสัญชาติคู่สมรส

(Specific requirements by nationality) กฎเกณฑ์ของสถานทูตแต่ละประเทศในประเทศไทยมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้ผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกถึงข้อกำหนดเฉพาะจะช่วยหลีกเลี่ยงการถูกตีกลับเอกสาร

🇺🇸 🇬🇧 American & British

การขอใบรับรองโสดต้องทำนัดหมายล่วงหน้าแบบออนไลน์เท่านั้น (Notarial services) ฝ่ายต่างชาติต้องแสดงตัวสาบานตน บางกรณีต้องการหลักฐานรายได้เพื่อป้องกันการแต่งงานแอบแฝง

🇦🇺 Australian

มีความเข้มงวดสูงที่สุด เอกสารที่ใช้ยื่นเข้าประเทศออสเตรเลียทั้งหมดต้องแปลโดย NAATI translator (นักแปลที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลออสซี่) มิฉะนั้นจะถูกปฏิเสธทันที

🇪🇺 European (Schengen)

หลายประเทศเช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สวีเดน นอร์เวย์ ต้องการการรับรองเอกสารแบบ Chain Legalization หรือบางประเทศที่เข้าร่วม Hague อาจใช้แค่ Apostille แต่ต้องแปลโดยนักแปลสาบานตนของสถานทูต

🇦🇪 Middle Eastern

ข้อบังคับทางศาสนาอิสลามเข้ามาเกี่ยวข้อง การจดทะเบียนอาจต้องการใบรับรองการเข้ารับศาสนา (Conversion certificate) และค่าธรรมเนียมสถานทูตมักจะสูงกว่าภูมิภาคอื่น

🇯🇵 🇰🇷 🇹🇼 Asian

ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน มักต้องการทะเบียนครอบครัว (Family Registry) แบบละเอียดจากฝั่งของตน เพื่อนำมาประทับตราสถานทูตในไทยก่อนนำไปแปลเป็นไทย

ค่าบริการจดทะเบียนสมรส (Pricing Structure)

โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง แจกแจงรายการชัดเจนเพื่อให้คุณคำนวณงบประมาณได้ล่วงหน้า

ตารางค่าบริการแยกตามรายการ

บริการแปล ไทย-อังกฤษ500-1,200 บาท/หน้า
บริการแปล ภาษาอื่นๆ (เช่น เยอรมัน, ฝรั่งเศส)800-2,500 บาท/หน้า
รับรองเอกสาร Notary Public1,500-8,000 บาท/ชุด
ค่าธรรมเนียมกงสุลไทย (MFA Fee)200-800 บาท/ดวง
บริการเดินเรื่องกงสุล (MFA Service)2,500-5,000 บาท
ค่าธรรมเนียมสถานทูตต่างประเทศ (Embassy Fee)1,800-2,600 บาท
บริการเดินเรื่องสถานทูต (Embassy Service)5,000-12,000 บาท

ตัวอย่างการประเมินราคา (Cost Breakdown Examples)

เคสคู่ไทย-อเมริกัน จดทะเบียนในไทย

ค่าแปลใบโสดอเมริกันเป็นไทย + รับรอง MFA + พาล่ามไปจดที่เขต
งบประมาณโดยประมาณ: 6,000 - 9,000 บาท

เคสคู่ไทย-ออสเตรเลีย จดทะเบียนที่ออสเตรเลีย

ค่าแปลเอกสารไทยด้วย NAATI + รับรอง Notary + Apostille
งบประมาณโดยประมาณ: 12,000 - 18,000 บาท

เคสคู่ไทย-ยุโรป (บันทึกฐานะทั้งสองประเทศ)

ค่าแปลสาบานตน + Legalization สถานทูตยุโรป + จดที่ไทย + ส่งเอกสารกลับไปบันทึกที่ยุโรป
งบประมาณโดยประมาณ: 20,000 - 35,000 บาท

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

(Crucial Legal Implications) การแต่งงานข้ามชาติมีผลผูกพันทางกฎหมายมากมายที่คุณควรทราบก่อนจรดปากกาเซ็น

ทะเบียนสมรส ≠ วีซ่า (Registration is not a Visa)

การได้ใบสมรสมา ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้สัญชาติหรือวีซ่าของประเทศคู่สมรสทันที คุณยังต้องผ่านกระบวนการยื่นขอ Spouse Visa ซึ่งต้องพิสูจน์ "ความสัมพันธ์ที่แท้จริง" ทางการเงินและการใช้ชีวิตคู่เพิ่มเติม

สิทธิในทรัพย์สินและที่ดิน (Property Rights)

คนต่างชาติไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินไทยได้แม้จะจดทะเบียนสมรสแล้ว หากคุณ(ฝ่ายไทย) จะซื้อที่ดินหลังแต่งงาน คู่สมรสต่างชาติจะต้องเซ็นเอกสารรับรองว่าเงินที่ซื้อเป็น "สินส่วนตัว" ของคนไทยแต่เพียงผู้เดียว

การเปลี่ยนคำนำหน้าและนามสกุล (Name Change)

กฎหมายไทยอนุญาตให้คุณใช้นามสกุลเดิม หรือใช้นามสกุลสามีต่างชาติได้ แต่พึงระวังว่าการเปลี่ยนนามสกุลจะทำให้คุณต้องวิ่งวุ่นเปลี่ยนเอกสารสำคัญทั้งหมด (พาสปอร์ต, บัญชี, โฉนด) ซึ่งอาจกินเวลาหลายสัปดาห์

ภาระภาษีและมรดก (Tax & Inheritance)

การสมรสอาจทำให้คุณต้องตกอยู่ภายใต้กฎหมายภาษีของประเทศคู่สมรสด้วย (เช่น อเมริกา ที่เก็บภาษีพลเมืองทั่วโลก) รวมถึงสิทธิในการรับมรดกตามกฎหมายหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ควรปรึกษาทนายความเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

รวบรวมข้อสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

ไม่ การจดทะเบียนสมรสเป็นเพียงการสร้างสถานะทางกฎหมายว่าคุณเป็นสามีภรรยากัน แต่ไม่ได้มอบสิทธิในการพำนักหรือวีซ่าโดยอัตโนมัติ คุณต้องนำใบสำคัญการสมรสไปเป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นขอวีซ่าติดตามคู่สมรส (Spouse Visa / Partner Visa) แยกต่างหากตามขั้นตอนของสถานทูตประเทศนั้นๆ

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการใช้ชีวิต หากคุณวางแผนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศในอนาคตอันใกล้ การจดทะเบียนที่ไทยแล้วนำไปรับรอง (Legalization) เพื่อแจ้งสถานทูต มักจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดทางกฎหมาย ขอแนะนำให้จดทะเบียนให้มีผลสมบูรณ์ทั้งสองประเทศ

สามารถทำได้ การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยไม่ได้จำกัดประเภทวีซ่าของชาวต่างชาติ ขอเพียงคู่สมรสเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถขอหนังสือรับรองความเป็นโสด (Affidavit of Freedom to Marry) จากสถานทูตของตนในไทยได้

เป็นเอกสารสำคัญที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการจดทะเบียนสมรสในไทย ออกโดยสถานทูตหรือกงสุลของประเทศที่ชาวต่างชาติถือสัญชาติอยู่ (ตั้งอยู่ในประเทศไทย) เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นไม่มีพันธะสมรสอื่น และมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะสมรสได้

หากเป็นขั้นตอนในประเทศไทย การเตรียมเอกสาร แปล รับรองกงสุล จนถึงวันจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ มักใช้เวลาประมาณ 7-14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับคิวของสถานทูตและกระทรวงการต่างประเทศ

ตามกฎหมายไทย คุณมีสิทธิเลือกได้ว่าจะใช้นามสกุลเดิม หรือเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของคู่สมรสก็ได้ ไม่มีข้อบังคับทางกฎหมาย หากตัดสินใจเปลี่ยน จะต้องดำเนินการแก้ไขเอกสารส่วนตัวทั้งหมด เช่น บัตรประชาชน พาสปอร์ต สมุดบัญชีธนาคาร

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคยจดทะเบียนสมรสและหย่าขาดมาแล้ว ต้องนำใบสำคัญการหย่า (Divorce Certificate) ตัวจริงมาแสดงด้วย หากเป็นฝ่ายหญิงที่เพิ่งหย่าตามกฎหมายไทย จะต้องหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่จะมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์

ปัจจุบันในประเทศไทย (ปี 2026) กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้รับการรับรองแล้ว คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้ตามขั้นตอนปกติเช่นเดียวกับคู่รักชายหญิงทั่วไป และสามารถนำไปรับรองเพื่อใช้ยื่นวีซ่าในประเทศที่รองรับกฎหมายนี้

กรณีนี้จะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ชาวต่างชาติต้องขอใบรับรองโสดจากประเทศต้นทาง นำไปรับรองโนตารี (Notary Public) และกระทรวงการต่างประเทศของตน จากนั้นส่งมารับรองที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น หรือสถานทูตประเทศที่ดูแลพื้นที่ประเทศไทย ก่อนนำมาแปลและรับรองในไทย

นายทะเบียนที่สำนักงานเขตในประเทศไทยจะรับเฉพาะเอกสารที่เป็นภาษาไทยและได้รับการประทับตรานิติกรณ์ (Legalization) จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทยเท่านั้น เพื่อยืนยันว่าเป็นเอกสารจริงและแปลถูกต้องตามหลักสากล

ตามกฎหมายไทย ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนการจดทะเบียนสมรสจะถือเป็น 'สินส่วนตัว' ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้วจะถือเป็น 'สินสมรส' (แบ่งคนละครึ่งหากหย่าร้าง) อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจกฎหมายทรัพย์สินของประเทศคู่สมรสด้วย

เราให้บริการแบบ One-Stop Service เริ่มตั้งแต่ให้คำปรึกษา พาไปขอใบรับรองโสดที่สถานทูต แปลเอกสาร รับรองกงสุล (MFA) นัดหมายและพาไปจดทะเบียนสมรสที่เขต จนถึงการนำใบสมรสไปแปลและรับรองเพื่อใช้สำหรับยื่นวีซ่าในต่างประเทศ

บริการที่เกี่ยวข้อง (Related Services)

ต่อยอดจากเรื่องสมรส เรามีบริการครบวงจรเพื่อซัพพอร์ตการย้ายประเทศ และนิติกรรมอื่นๆ

Free Consultation (15+ Years Experience)

ติดต่อปรึกษาเรื่องจดทะเบียนสมรสฟรี

ประเมินเคส วางแผนขั้นตอน และแจ้งค่าใช้จ่ายสุทธิโดยไม่มีข้อผูกมัด ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ผ่านช่องทางด้านล่าง

สำนักงานและพื้นที่ให้บริการ

Main Office: 61 Soi Ladprao 95, Wangthonglang, Bangkok 10310
Branches: Khon Kaen, Udon Thani, Nong Khai

ครอบคลุม 50 Districts (including Sukhumvit, Silom, Phetchaburi, Ratchathewi, Emporium, Siam Paragon, Central World, EmQuartier), 77 Provinces, และ 8 Australian States (NSW, VIC, QLD, WA, SA, TAS, ACT, NT)

เวลาทำการ (Operating Hours)

Office Walk-in: Mon-Fri 09:00-18:00
Online Support: Mon-Sun 09:00-18:00

NYC Legal Co., Ltd. (ทะเบียนเลขที่ 0435567000061)